สาระสำคัญในบทความ
- ภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium) และโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) เกิดจากอะไร?
- ภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium) และโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) สามารถปลูกผมได้หรือไม่?
- ภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium) และโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) รักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
- มีวิธีการรักษาโรคผมร่วง Alopecia Areata และ Telogen Effluvium แบบใดบ้าง?
- รวมเคสโรคผมร่วง Alopecia Areata และ Telogen Effluvium
ปัญหาโรคผมร่วง ผมบาง เป็นเรื่องที่ท้าทายทางอารมณ์อย่างมาก ส่งผลต่อสุขภาพจิตและความรู้สึกที่มีต่อตัวเอง โดยเฉพาะโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) และภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium) ที่หลายคนกังวลว่าเส้นผมจะกลับมางอกเหมือนเดิมไหม รักษาได้หรือไม่ หาคำตอบพร้อมแนวทางกู้คืนเส้นผมได้จากบทความนี้
ภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium) และโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) เกิดจากอะไร?
- ภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium): เกิดจากปัจจัยบางอย่างที่กระตุ้นให้เส้นผมในระยะการเจริญเติบโต (Anagen Phase) เข้าสู่ระยะพัก (Telogen Phase) พร้อมๆ กัน ทำให้เส้นผมหลุดร่วงในเวลาไล่เลี่ยกัน จนผมดูบางลงอย่างเห็นได้ชัด ผมใหม่งอกขึ้นมาแทนที่ไม่ทัน มักเกิดขึ้นหลังจากประสบกับความเครียดรุนแรงหรือภาวะการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย
- โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata): เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่เข้าใจว่าเซลล์รากผมเป็นสิ่งแปลกปลอมและโจมตีรากผม จนเกิดการอักเสบทำให้เส้นผมหลุดร่วงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีสาเหตุจากพันธุกรรม ความเครียดสะสม การติดเชื้อบนหนังศีรษะ และฮอร์โมน
ภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium) และโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) สามารถปลูกผมได้หรือไม่?

โดยทั่วไปแล้ว การปลูกผมอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม เพราะเส้นผมยังมีโอกาสงอกขึ้นมาเองตามธรรมชาติ ซึ่งการปลูกผมในช่วงที่สาเหตุยังไม่ได้รับการแก้ไข อาจทำให้ผมที่ปลูกใหม่หลุดร่วงซ้ำได้ แนวทางการรักษาเบื้องต้นจะเน้นไปที่การกระตุ้นรากผมให้แข็งแรง เพื่อลดการหลุดร่วงและฟื้นฟูเส้นผม
ภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium) และโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) รักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
- โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata): โดยทั่วไปเส้นผมจะงอกขึ้นมาใหม่ได้เอง ในกรณีที่มีโรคภูมิคุ้มกันเป็นสาเหตุร่วม การรักษาเพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันสามารถทำงานได้อย่างปกติมากที่สุดจะช่วยให้อาการผมร่วงดีขึ้น
- ภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium): แม้จะมีวิธีการรักษาเพื่อฟื้นฟูสภาพผม เร่งให้ผมขึ้นไวมากกว่าเดิม แต่โดยทั่วไปแล้วเส้นผมจะกลับมางอกใหม่ภายใน 3 – 6 เดือน ในกรณีที่พ้นช่วงเวลาที่รากผมควรฟื้นฟูตัวเอง แต่ผมไม่มีวี่แววว่าจะขึ้น แถมยังร่วงซ้ำ ควรเข้ารับการรักษากับแพทย์ หากเส้นผมอยู่ในภาวะนี้นาน อาจทำให้ต่อมรากผมฝ่อได้
มีวิธีการรักษาโรคผมร่วง Alopecia Areata และ Telogen Effluvium แบบใดบ้าง?
ภาวะโรคผมร่วงมีวิธีดูแลรักษาหลายแบบที่ช่วยกระตุ้นให้เส้นผมกลับมาขึ้นใหม่ได้ การรักษาอาจจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค สำหรับการรักษาคุณหมอท๊อปแนะนำเทคนิค Combination ซึ่งเป็นการผสานการฟื้นฟูเส้นผมที่ทำงานเสริมประสิทธิภาพกันอย่างลงตัว ได้แก่
- ALMI Nano Fat: บำรุงรากผมด้วยนาโนแฟตที่อุดมด้วย Growth Factors ช่วยฟื้นฟูรากผมที่อ่อนแอและกระตุ้นการสร้างเส้นผมใหม่
- FRM: นอกจากนี้ยังเสริมด้วย FRM Microneedling RF ที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุร่วมกับเข็มขนาดเล็ก เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความแข็งแรงของหนังศีรษะ และเสริมประสิทธิภาพการทำงานของรากผม
- ปลูกผม Long Hair: ในบริเวณที่มีปัญหา เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมอย่างเป็นธรรมชาติ
รวมเคสโรคผมร่วง Alopecia Areata และ Telogen Effluvium
ในเคสที่มีภาวะโรคผมร่วง Alopecia Areata และ Telogen Effluvium สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ การตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดด้วยเครื่อง AI Hair Scan เพื่อดูว่าคนไข้ยังมีรากผมอยู่หรือไม่ ตรวจเช็คว่ามีภาวะขาดวิตามินไหม รวมถึงตรวจคัดกรองโรค SLE หรือไทรอยด์ เพราะการหาสาเหตุที่แท้จริงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเริ่มการรักษา
- เคสคนไข้เพศหญิงอายุ 51 ปี

มีภาวะผมร่วงเป็นหย่อมบริเวณด้านหน้าศีรษะ จากโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) และปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ทำให้เห็นปัญหาชัดเจนและส่งผลต่อภาพลักษณ์อย่างมาก สำหรับเคสนี้คุณหมอท๊อปแนะนำให้ใช้การรักษาแบบ Combination 2 เทคนิค คือ ALMI Nano Fat เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์รากผมให้แข็งแรง และปลูกผม Long Hair เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมอย่างเป็นธรรมชาติ
- เคสคนไข้เพศหญิงอายุ 30 ปี

คนไข้รายนี้เดิมมีภาวะผมร่วงชั่วคราวแบบกระจายทั่วหนังศีรษะ ทำให้ผมร่วงมากผิดปกติ และได้รับการรักษาด้วยการฉีดสเตียรอยด์อย่างต่อเนื่อง ต่อมาพบภาวะโรคดึงผมตัวเอง (Trichotillomania) ซ้ำเติมให้ผมบางลงเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว จนเกือบพัฒนาไปสู่ภาวะศีรษะล้านในบริเวณกว้างภายในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน สำหรับเคสนี้คุณหมอท๊อปแนะนำให้ใช้การรักษาแบบ Combination 2 เทคนิค คือ ALMI Nano Fat เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์รากผมให้แข็งแรงร่วมกับเทคนิค FRM
- เคสคนไข้เพศหญิงอายุ 34 ปี


มีปัญหาผมร่วงทั่วทั้งศีรษะจากโรค Telogen Effluvium ซึ่งเป็นภาวะผมร่วงฉับพลัน อันเนื่องมาจากการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อรุนแรง ส่งผลให้เส้นผมร่วงมากผิดปกติ คนไข้เกิดความกังวลและความเครียดเกี่ยวกับเส้นผมอย่างต่อเนื่องนานเกือบ 1 เดือนก่อนตัดสินใจเข้าพบแพทย์ สำหรับเคสนี้คุณหมอท๊อปแนะนำให้ใช้การรักษาแบบ Combination 2 เทคนิค คือ ALMI Nano Fat เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์รากผมให้แข็งแรง ร่วมกับ FRM

เพราะผมร่วงไม่ได้มีแค่แบบเดียว และไม่ใช่ทุกเคสต้องปลูกผมเสมอไป หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาผมร่วง ผมบาง จนเกิดความเครียด และยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มรักษายังไงดี แนะนำให้เข้ามาปรึกษาเราได้ที่ THE SKIN CLINIC เพื่อรับการวิเคราะห์สภาพเส้นผม และวางแผนการรักษาที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ



