โรคผมร่วง Alopecia Areata และ Telogen Effluvium รักษาได้จริงไหม?

โรคผมร่วง Alopecia Areata และ Telogen Effluvium รักษาได้จริงไหม?


1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

สาระสำคัญในบทความ

ปัญหาโรคผมร่วง ผมบาง เป็นเรื่องที่ท้าทายทางอารมณ์อย่างมาก ส่งผลต่อสุขภาพจิตและความรู้สึกที่มีต่อตัวเอง โดยเฉพาะโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) และภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium) ที่หลายคนกังวลว่าเส้นผมจะกลับมางอกเหมือนเดิมไหม รักษาได้หรือไม่ หาคำตอบพร้อมแนวทางกู้คืนเส้นผมได้จากบทความนี้ 

ภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium) และโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) เกิดจากอะไร?

  • ภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium): เกิดจากปัจจัยบางอย่างที่กระตุ้นให้เส้นผมในระยะการเจริญเติบโต (Anagen Phase) เข้าสู่ระยะพัก (Telogen Phase) พร้อมๆ กัน ทำให้เส้นผมหลุดร่วงในเวลาไล่เลี่ยกัน จนผมดูบางลงอย่างเห็นได้ชัด ผมใหม่งอกขึ้นมาแทนที่ไม่ทัน มักเกิดขึ้นหลังจากประสบกับความเครียดรุนแรงหรือภาวะการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย
  • โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata): เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่เข้าใจว่าเซลล์รากผมเป็นสิ่งแปลกปลอมและโจมตีรากผม จนเกิดการอักเสบทำให้เส้นผมหลุดร่วงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีสาเหตุจากพันธุกรรม ความเครียดสะสม การติดเชื้อบนหนังศีรษะ และฮอร์โมน

ภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium) และโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) สามารถปลูกผมได้หรือไม่?

โดยทั่วไปแล้ว การปลูกผมอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม เพราะเส้นผมยังมีโอกาสงอกขึ้นมาเองตามธรรมชาติ ซึ่งการปลูกผมในช่วงที่สาเหตุยังไม่ได้รับการแก้ไข อาจทำให้ผมที่ปลูกใหม่หลุดร่วงซ้ำได้ แนวทางการรักษาเบื้องต้นจะเน้นไปที่การกระตุ้นรากผมให้แข็งแรง เพื่อลดการหลุดร่วงและฟื้นฟูเส้นผม

ภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium) และโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) รักษาให้หายขาดได้หรือไม่? 

  • โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata): โดยทั่วไปเส้นผมจะงอกขึ้นมาใหม่ได้เอง ในกรณีที่มีโรคภูมิคุ้มกันเป็นสาเหตุร่วม การรักษาเพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันสามารถทำงานได้อย่างปกติมากที่สุดจะช่วยให้อาการผมร่วงดีขึ้น
  • ภาวะผมร่วงฉับพลัน (Telogen Effluvium): แม้จะมีวิธีการรักษาเพื่อฟื้นฟูสภาพผม เร่งให้ผมขึ้นไวมากกว่าเดิม แต่โดยทั่วไปแล้วเส้นผมจะกลับมางอกใหม่ภายใน 3 – 6 เดือน ในกรณีที่พ้นช่วงเวลาที่รากผมควรฟื้นฟูตัวเอง แต่ผมไม่มีวี่แววว่าจะขึ้น แถมยังร่วงซ้ำ ควรเข้ารับการรักษากับแพทย์ หากเส้นผมอยู่ในภาวะนี้นาน อาจทำให้ต่อมรากผมฝ่อได้

มีวิธีการรักษาโรคผมร่วง Alopecia Areata และ Telogen Effluvium แบบใดบ้าง?

ภาวะโรคผมร่วงมีวิธีดูแลรักษาหลายแบบที่ช่วยกระตุ้นให้เส้นผมกลับมาขึ้นใหม่ได้ การรักษาอาจจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค สำหรับการรักษาคุณหมอท๊อปแนะนำเทคนิค Combination ซึ่งเป็นการผสานการฟื้นฟูเส้นผมที่ทำงานเสริมประสิทธิภาพกันอย่างลงตัว ได้แก่

  • ALMI Nano Fat: บำรุงรากผมด้วยนาโนแฟตที่อุดมด้วย Growth Factors ช่วยฟื้นฟูรากผมที่อ่อนแอและกระตุ้นการสร้างเส้นผมใหม่
  • FRM: นอกจากนี้ยังเสริมด้วย FRM Microneedling RF ที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุร่วมกับเข็มขนาดเล็ก เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความแข็งแรงของหนังศีรษะ และเสริมประสิทธิภาพการทำงานของรากผม
  • ปลูกผม Long Hair: ในบริเวณที่มีปัญหา เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมอย่างเป็นธรรมชาติ 

รวมเคสโรคผมร่วง Alopecia Areata และ Telogen Effluvium

ในเคสที่มีภาวะโรคผมร่วง Alopecia Areata และ Telogen Effluvium สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ การตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดด้วยเครื่อง AI Hair Scan เพื่อดูว่าคนไข้ยังมีรากผมอยู่หรือไม่ ตรวจเช็คว่ามีภาวะขาดวิตามินไหม รวมถึงตรวจคัดกรองโรค SLE หรือไทรอยด์ เพราะการหาสาเหตุที่แท้จริงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเริ่มการรักษา

  • เคสคนไข้เพศหญิงอายุ 51 ปี 

 

มีภาวะผมร่วงเป็นหย่อมบริเวณด้านหน้าศีรษะ จากโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) และปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ทำให้เห็นปัญหาชัดเจนและส่งผลต่อภาพลักษณ์อย่างมาก สำหรับเคสนี้คุณหมอท๊อปแนะนำให้ใช้การรักษาแบบ Combination 2 เทคนิค คือ ALMI Nano Fat เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์รากผมให้แข็งแรง และปลูกผม Long Hair เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมอย่างเป็นธรรมชาติ 

  • เคสคนไข้เพศหญิงอายุ 30 ปี

 

คนไข้รายนี้เดิมมีภาวะผมร่วงชั่วคราวแบบกระจายทั่วหนังศีรษะ ทำให้ผมร่วงมากผิดปกติ และได้รับการรักษาด้วยการฉีดสเตียรอยด์อย่างต่อเนื่อง ต่อมาพบภาวะโรคดึงผมตัวเอง (Trichotillomania) ซ้ำเติมให้ผมบางลงเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว จนเกือบพัฒนาไปสู่ภาวะศีรษะล้านในบริเวณกว้างภายในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน สำหรับเคสนี้คุณหมอท๊อปแนะนำให้ใช้การรักษาแบบ Combination 2 เทคนิค คือ ALMI Nano Fat เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์รากผมให้แข็งแรงร่วมกับเทคนิค FRM 

  • เคสคนไข้เพศหญิงอายุ 34 ปี

มีปัญหาผมร่วงทั่วทั้งศีรษะจากโรค Telogen Effluvium ซึ่งเป็นภาวะผมร่วงฉับพลัน อันเนื่องมาจากการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อรุนแรง ส่งผลให้เส้นผมร่วงมากผิดปกติ คนไข้เกิดความกังวลและความเครียดเกี่ยวกับเส้นผมอย่างต่อเนื่องนานเกือบ 1 เดือนก่อนตัดสินใจเข้าพบแพทย์ สำหรับเคสนี้คุณหมอท๊อปแนะนำให้ใช้การรักษาแบบ Combination 2 เทคนิค คือ ALMI Nano Fat เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์รากผมให้แข็งแรง ร่วมกับ FRM

เพราะผมร่วงไม่ได้มีแค่แบบเดียว และไม่ใช่ทุกเคสต้องปลูกผมเสมอไป หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาผมร่วง ผมบาง จนเกิดความเครียด และยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มรักษายังไงดี แนะนำให้เข้ามาปรึกษาเราได้ที่ THE SKIN CLINIC เพื่อรับการวิเคราะห์สภาพเส้นผม และวางแผนการรักษาที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ

ปรึกษาฟรีได้แล้ววันนี้! สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
The Skin Clinic ทุกสาขา



« Back to Blog