หัวล้านจากโรคดึงผมตัวเอง ปลูกผมได้ไหม? รักษายังไงดี

หัวล้านจากโรคดึงผมตัวเอง ปลูกผมได้ไหม? รักษายังไงดี


1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

สาระสำคัญในบทความ

คุณเคยเผลอ “ดึงผมตัวเอง” เวลารู้สึกเครียด กังวล หรืออยู่ในภาวะกดดันไหม? พฤติกรรมที่ดูเหมือนไม่มีอะไร อาจส่งผลต่อทั้งสุขภาพจิตและเส้นผมได้ บางคนผมร่วงเป็นหย่อม บางคนผมบางเกือบทั้งศีรษะ จนรู้สึกสิ้นหวังว่าจะกลับมามีเส้นผมได้อีกหรือไม่ บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า “โรคดึงผมตัวเอง” คืออะไร เส้นผมจะงอกกลับมาหรือไม่  หัวล้านจากโรคดึงผมตัวเอง ปลูกผมได้ไหม? รักษายังไงดี รวมถึงกรณีศึกษาเคสคนไข้โรคดึงผมตัวเองที่สามารถฟื้นฟูเส้นผมได้สำเร็จ 

โรคดึงผมตัวเอง คืออะไร?


  • โรคดึงผมตัวเอง (Trichotillomania) เป็นภาวะทางจิตที่ทำให้ผู้ป่วยมีพฤติกรรมดึงผมของตัวเองซ้ำๆ ทั้งแบบรู้ตัวและไม่รู้ตัว เมื่อดึงผมแล้วจะรู้สึกผ่อนคลายสบายใจขึ้น หากดึงผมไปเรื่อยๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะทำให้ผมบางเป็นหย่อมๆ เกิดความเสียหายต่อเส้นผมและหนังศีรษะได้ ลักษณะของบริเวณที่ผมบางในแต่ละคนจะแตกต่างกัน ไม่มีรูปแบบที่แน่ชัด แต่ละจุดที่ผมแหว่งมีขนาดไม่เท่ากัน บางคนอาจผมแหว่งเป็นวงเล็กๆ หลายจุด หรือบางคนอาจสูญเสียเส้นผมเกือบทั่วทั้งศีรษะ

เมื่อดึงผมออกไปแล้ว เส้นผมจะงอกกลับมาหมือนเดิมหรือไม่?

  • ผมที่ขึ้นใหม่หลังจากถูกดึงออกไปแล้วมักจะเส้นเล็ก อ่อนแอ และบางกว่าเดิม หากมีการดึงซ้ำในจุดเดิมบ่อยๆ จนรากผมและหนังศีรษะเกิดการอักเสบหรือเป็นแผล รากผมอาจถูกทำลายถาวร ทำให้เส้นผมไม่สามารถงอกใหม่ได้อีก เกิดภาวะศีรษะล้านในที่สุด ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะ หัวล้านจากโรคดึงผมตัวเอง ที่พบได้ในผู้ป่วยบางราย

ผมบางจากโรคดึงผมตัวเอง สามารถปลูกผมได้หรือไม่?

  • ในกรณีที่คนไข้ดึงผมจนเกิดแผลเป็น รากผมถูกทำลาย แพทย์อาจพิจารณาให้ปลูกผมเพื่อฟื้นฟูบริเวณที่ผมไม่งอกแล้ว อย่างไรก็ตาม ผมร่วงเป็นหย่อมจากการดึงผมตัวเองบ่อยๆ ในบางเคส อาจไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการปลูกผม เนื่องจากมีเส้นผมไม่เพียงพอที่จะปลูกผม ทั้งนี้การปลูกผมไม่ใช่คำตอบเดียว แต่ยังมีทางเลือกอื่นในการฟื้นฟูรากผมให้กลับมาแข็งแรง และกระตุ้นให้ผมกลับมางอกใหม่อีกครั้ง

กรณีศึกษา: ทางออกของคนที่กำลังเผชิญโรคดึงผมตัวเอง

  • เคสคนไข้เพศหญิง อายุ 34 ปี มีปัญหาจากโรคชอบดึงผมตัวเอง จนทำให้เกิดภาวะผมบาง ผมร่วงเป็นหย่อม และศีรษะล้าน ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ก่อนอื่นจะต้องดูว่ารากผมตายแล้วหรือไม่? สำหรับเคสนี้หมอท๊อปได้ตรวจสภาพเส้นผมด้วยวิธี AI Scan รวมถึงตรวจเช็คว่าขาดวิตามินอะไรบ้าง เช่น ธาตุเหล็ก ไบโอติน และโฟลิก เพราะก่อนที่จะทำการรักษา หากรู้สาเหตุที่แท้จริงของปัญหาเส้นผม จะช่วยให้วางแผนและเลือกวิธีการรักษาได้อย่างตรงจุดมากขึ้น สำหรับเคสนี้นับว่าโชคดีมากที่คนไข้ยังมีผมเส้นเล็กๆ เหลืออยู่ สำหรับการรักษาหมอท๊อปไม่แนะนำให้ปลูกผมอย่างเด็ดขาด เนื่องจากสามารถกระตุ้นผมเส้นเล็กที่มีอยู่ให้งอกได้อย่างแข็งแรง

  • สำหรับเคสนี้ คนไข้ได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า FRM (Fractional Radiofrequency Microneedling) เป็นเทคนิคที่ใช้พลังงานจากคลื่นวิทยุในการช่วยฟื้นฟูรากผมให้แข็งแรงขึ้น ขณะเดียวกันเข็มขนาดเล็กยังส่งพลังงานลงลึกถึงระดับเซลล์รากผม ช่วยกระตุ้นให้ผมงอกใหม่ในบริเวณที่เคยโดนดึงผม ทำให้เส้นผมที่ขึ้นใหม่มีลักษณะหนาและแข็งแรงขึ้น จนสามารถสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนในระยะเวลาอันสั้น หลังจากทำ FRM ไปเพียง 4 ครั้ง สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการรักษาที่ช่วยฟื้นฟูทั้งสภาพผิวหนังและรากผมได้ลึกถึงระดับเซลล์ สำหรับเคสนี้ยังคงต้องเข้ามารับการรักษาด้วยเทคนิค FRM อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น และอาจจะต้องมีการผสมผสานการรักษาด้วยเทคนิค ALMI Nano Fat ร่วมด้วย เพื่อให้ผมงอกใหม่แข็งแรงขึ้น และรักษาเส้นผมเดิมให้หลุดร่วงช้าลง

  • หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีพฤติกรรมดึงผมตัวเองจนผมบาง หรือเริ่มมีภาวะ หัวล้านจากโรคดึงผมตัวเอง ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน รากผมอาจถูกทำลายจนไม่สามารถงอกใหม่ได้ การรักษาแต่เนิ่นๆ จะช่วยฟื้นฟูรากผมให้แข็งแรง ลดการหลุดร่วง และกระตุ้นการงอกใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการคำแนะนำเฉพาะบุคคล สามารถเข้ารับการปรึกษาได้ที่ THE SKIN CLINIC เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับคุณ

ปรึกษาฟรีได้แล้ววันนี้! สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
The Skin Clinic ทุกสาขา


 


« Back to Blog