สาระสำคัญในบทความ
เพราะการปลูกผมเป็นการตัดสินใจที่ไม่ใช่เรื่องง่าย และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง จะปลูกผมถาวรทั้งทีก็อยากเห็นผลลัพธ์ที่ดี ไม่อยากให้มีข้อผิดพลาดและอยู่ได้นานๆ หลายคนอาจสงสัยว่า ผมที่ปลูกจะอยู่ได้นานแค่ไหน ผลลัพธ์จะอยู่ตลอดไปหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบสำหรับคุณ
สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณกำลังจะศีรษะล้าน

สาเหตุของศีรษะล้านเกิดได้จากหลายปัจจัยและมีลักษณะการหลุดร่วงของเส้นผมหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไป เช่น ผมร่วงจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมน โรคบางชนิด ความเครียดสะสม การขาดสารอาหาร หากเริ่มเห็นสัญญาณเตือนเหล่านี้ อาจบอกได้ว่าคุณกำลังจะพบกับปัญหาศีรษะล้าน
- ผมหลุดร่วงมากกว่าปกติ ร่วงมากขึ้นในทุกครั้งที่สระหรือหวีผม
- ผมบางลงอย่างเห็นได้ชัด แนวผมด้านหน้าเริ่มถอยร่น ผมบางบริเวณกลางศีรษะ
- ผมใหม่ที่งอกมีเส้นเล็กลงและสั้นกว่าปกติ หรือผมเริ่มไม่งอกขึ้นใหม่

ปลูกผมไปแล้ว จะมีโอกาสร่วงอีกไหม?
ไม่ว่าจะมีปัญหาศีรษะล้านรุนแรงขนาดไหน จะเห็นว่าผู้ชายที่ศีรษะล้านมักจะมีผมด้านข้างและด้านหลังหลงเหลืออยู่ ไม่ได้ล้านทั้งหมด เนื่องจากผมในบริเวณนี้ไม่มีตัวรับฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) สาเหตุของผมร่วงจากกรรมพันธุ์ แพทย์จึงใช้ผมบริเวณนี้มาทำการปลูก เส้นผมที่เหลืออยู่นี้เป็นเส้นผมที่จะอยู่กับเราไปตลอด และเรียกบริเวณที่มีเส้นผมนี้ว่า Donor Area

หลายคนสงสัยว่า เมื่อปลูกผมไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค FUE หรือเทคนิค DHI ก็ตาม เส้นผมที่ปลูกใหม่จะหลุดร่วงอีกไหม? โดยทั่วไปผมที่ปลูกยังมีโอกาสที่จะหลุดร่วงได้ในช่วงแรก แต่จะไม่ร่วงในระยะยาว เพราะเส้นผมที่นำมาปลูกนั้นไม่ได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT ซึ่งการหลุดร่วงของผมที่ปลูกมีการดำเนินไปเป็นขั้นตอน
- ในช่วงแรกที่ปลูกผมเป็นช่วงที่รอให้รากผมเชื่อมติดกับหนังศีรษะ
- หลังจากนั้นประมาณ 1 – 3 เดือน เป็นช่วงที่มีการหลุดร่วงของเส้นผมเกิดขึ้น เป็นการผลัดเส้นผมตามธรรมชาติโดยที่รากผมยังคงอยู่
- ในช่วง 5 – 6 เดือน เส้นผมจะค่อยๆ งอกใหม่ เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนและจะขึ้นเต็มที่หลังปลูกผมไปแล้ว 1 ปี
ผมที่ปลูกจะอยู่ได้นานแค่ไหน ผลลัพธ์อยู่ถาวรหรือไม่?

ผมที่ปลูกจะอยู่ได้กี่ปี? ต้องเข้าใจก่อนว่า การปลูกผมเป็นการย้ายเซลล์รากผมจากบริเวณด้านหลังศีรษะไปยังบริเวณที่มีปัญหา ช่วยให้บริเวณที่ผมบาง หรือศีรษะล้านมีผมขึ้นมา ไม่ได้เป็นการป้องกันผมร่วงแต่อย่างใด เส้นผมที่ปลูกจะหลุดร่วงตามธรรมชาติ เป็นไปตามวงจรชีวิตเส้นผม แต่จะอยู่กับเราไปตลอด ไม่กลับไปล้านเหมือนตอนก่อนปลูกผม ต่างจากผมบริเวณอื่นที่มีโอกาสหลุดร่วงจากฮอร์โมน DHT หรือหลุดร่วงตามอายุที่มากขึ้น จะร่วงเยอะหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ของแต่ละคน
ผลลัพธ์การปลูกผมจะอยู่ถาวรไหม? คำตอบคือ มีทั้งเคสที่ใช่ และไม่ใช่ ขอยกตัวอย่างเคสคนไข้ของ The Skin Clinic คลินิกปลูกผม ที่มีสาเหตุของปัญหาศีรษะล้านแตกต่างกัน
- เคสที่หนึ่ง: คนไข้มีแผลไฟไหม้ หนังศีรษะถูกทำลาย ไม่มีรากผมเลย
รักษาด้วยการปลูกผม โดยทำการย้ายเซลล์รากผมจากบริเวณด้านหลังศีรษะมาใส่บริเวณที่มีปัญหา ซึ่งการปลูกผมทับรอยแผลเป็น เป็นเคสที่ทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากผิวหนังถูกทำลาย มีชั้นไขมันเหลืออยู่น้อย ยิ่งแผลมีความลึกมาเท่าไหร่ โอกาสปลูกติดของเส้นผมจะลดลงมากเท่านั้น แผลเป็นจากไฟไหม้จะมีพังผืดทำให้ใส่รากผมได้ยากกว่าปกติ สำหรับเคสนี้บริเวณที่ทำการปลูกไม่มีเส้นผมเหลืออยู่เลย ปลูกผมถาวรแล้วจบ เส้นผมจะอยู่ถาวร - เคสที่สอง: คนไข้มีปัญหาผมบางจากกรรมพันธุ์
สังเกตได้จากผมบางตรงกลางศีรษะ ผมบริเวณหน้าผากถอยร่น กรณีนี้ผมที่ปลูกก็จะอยู่ถาวร แต่ผมส่วนที่เหลือในบริเวณที่ไม่ได้ปลูกจะมีโอกาสร่วงเพิ่มได้ในอนาคต แบบนี้ปลูกผมแล้วอาจไม่จบ ก็ต้องมาดูว่ามีวิธีใดบ้างในการรักษาผมเดิมที่มีอยู่ไม่ให้ร่วงมากขึ้นและอยู่ได้นานที่สุด
ในอนาคตจะต้องปลูกผมเพิ่มไหม?
- กรรมพันธุ์
คนที่มีปัญหาผมบางจากกรรมพันธุ์ บางคนปลูกผมตั้งแต่อายุยังไม่มาก หากดูแลรักษาเส้นผมเดิมไม่ดีพอก็อาจหลุดร่วงได้ตามอายุที่มากขึ้น และอาจจะต้องปลูกผมรอบสอง - ประสบการณ์ความชำนาญของแพทย์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผมจะประเมินบริเวณที่นำเซลล์รากผมไปปลูกได้อย่างแม่นยำ มั่นใจได้เลยว่าผมที่ปลูกจะอยู่อย่างถาวร แต่หากเป็นเส้นผมที่ไม่ได้เอามาจาก Donor Area ก็จะอยู่ไม่ถาวร หลุดร่วงไปตามกาลเวลา - การดูแลตัวเองหลังปลูกผม
ปัจจัยที่มีส่วนต่อความคงทนของการปลูกผมถาวร ควรดูแลอย่างถูกวิธีและระมัดระวังอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงแรก เพื่อไม่ให้กอรากผมที่ปลูกหลุดออกไป

การปลูกผมเป็นวิธีจัดการกับปัญหาศีรษะล้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดูแลอย่างต่อเนื่องช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานยิ่งขึ้น สำหรับใครที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน อย่าปล่อยไว้นานจนทำลายความมั่นใจ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล



