สาระสำคัญในบทความ
ปัญหาหัวล้าน ผมบางด้านบนศีรษะเป็นบริเวณกว้าง เป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนสูญเสียความมั่นใจและมองว่าการกลับมามีผมหนาอีกครั้งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ใช่สำหรับเคสนี้! เราจะพาไปเจาะลึกเคสรีวิวปลูกผมให้คนไข้เยอรมัน ที่ประสบปัญหาดังกล่าว และเข้ารับการปลูกผมกับหมอท๊อปที่ THE SKIN CLINIC จนสามารถกลับมามีผมหนาอย่างเป็นธรรมชาติ เปลี่ยนภาพลักษณ์ให้กลับมาดูดีได้อย่างน่าทึ่ง
รีวิวปลูกผมคนไข้เยอรมัน STORYTELLING INTERESTING

เคสนี้ควรรักษาปัญหาเส้นผมอย่างไรดี ?
- หัวเถิกมากและมีปัญหาผมบาง ควรปลูกผมเลยดีมั้ย ?
- หัวเถิกจนเกือบหัวล้าน “กินยา” สามารถทำให้ผมงอกขึ้นมาได้หรือไม่ ?
- ปลูกผมบริเวณที่หนังศีรษะเป็นมันวาว ทำได้จริงหรือ ?
- ปลูกผมใช้กราฟต์จำนวนมาก ส่งผลอะไรหรือไม่ ?
เคสรีวิวปลูกผม คนไข้เพศชายอายุ 30 ปี มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้านบริเวณด้านหน้า การที่จะปลูกผมได้หรือไม่นั้น สิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นอย่างแรกคือ ผมบริเวณด้านหลังศีรษะ ที่เรียกว่า Donor Area ซึ่งเป็นบริเวณที่นำผมมาใช้ในการปลูก สำหรับเคสนี้คนไข้มีผมบริเวณ Donor Area ที่แข็งแรงและหนาค่อนข้างดี สามารถทำการปลูกย้ายเซลล์รากผมได้ ในส่วนบริเวณด้านหน้าศีรษะที่ไม่มีเส้นผม ไม่ใช่แค่ทำการปลูกผมเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องรักษาเส้นผมเดิมที่มีอยู่โดยรอบให้ดีที่สุดเช่นกัน

อีกหนึ่งปัญหาที่เจอสำหรับรีวิวปลูกผมคนไข้เคสนี้คือ ผมบริเวณด้านบนศีรษะเริ่มบาง แต่ทำไมแพทย์ไม่ตัดสินใจปลูกผมเพิ่ม? เพราะการปลูกผมคือ การย้ายเซลล์รากผมบริเวณ Donor Area ที่มีอยู่อย่างจำกัด เมื่อนำออกมาแล้วจะไม่มีผมงอกใหม่ในตำแหน่งเดิม เนื่องจากคนไข้ยังมีอายุน้อย แพทย์ได้ตัดสินใจเก็บกราฟต์ผมส่วนหนึ่งไว้สำหรับอนาคต
หากใช้หมดในคราวเดียวจะไม่เหลือผมให้ปลูกเพิ่มได้ จึงได้มีการแนะนำการรักษาทางเลือกอื่นที่เหมาะสมอย่างเทคนิค ALMI Nano Fat ซึ่งเป็นการใช้ไขมันของคนไข้เองมาฉีดกระตุ้นรากผม เพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงที่รากผม ทำให้ผมเส้นเล็กกลับมาหนาและแข็งแรงขึ้นได้ ลดการใช้กราฟต์ลง โดยไม่ต้องอาศัยการปลูกผมเพิ่ม นอกจากนี้เทคนิค ALMI Nano Fat ยังช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมเดิม ปกป้องรากผมจากฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ตัวการหลักของปัญหาผมบางกรรมพันธุ์ในผู้ชาย ทั้งนี้การปลูกผมควบคู่กับการฉีดไขมันกระตุ้นรากผม ช่วยลดภาวะการ Shock Loss หลังปลูกผม และเพิ่มโอกาสการติดของกราฟต์ผมอีกด้วย

ปลูกผมเทคนิค Long Hair FUI คืออะไร?
เทคนิคปลูกผม Long Hair FUI หรือ Follicular Unit Implantation เป็นการปลูกผมโดยไม่ต้องโกนผมบริเวณด้านหลังศีรษะ ไม่เห็นรอยแผล สามารถเห็นทิศทางความหนาแน่นทันทีหลังทำ ใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Implanter Pen ที่มีความแม่นยำสูงในการฝังกราฟต์ผม ลดการบาดเจ็บของรูขุมขน และเพิ่มอัตราการอยู่รอดของกราฟต์ให้มากยิ่งขึ้น ขั้นตอนการปลูกผมแบบ Long Hair FUI มีดังนี้
- ฉีดยาชาโดยไม่ใช้เข็ม: เป็นเทคนิคพิเศษที่ THE SKIN CLINIC เลือกใช้ โดยแพทย์จะใช้แรงลมในการฉีดยาชาแทนการใช้เข็มยิงเข้าไปบริเวณที่ต้องการ
- เจาะกราฟต์ผมยาว: ทำการเจาะกราฟต์ผมยาวจากด้านหลังศีรษะโดยใช้เครื่องมือเฉพาะ
- คัดเลือกกราฟต์ผมที่ดี: เลือกกราฟต์ผมที่มีความสมบูรณ์ รากผมไม่ขาด มีเนื้อเยื่อห่อหุ้ม
- ฝังกราฟต์ผม: ใช้เครื่องมือปลูกผมที่เรียกว่า Implanter Pen เพื่อฝังกราฟต์ผมลงในตำแหน่งที่ต้องการอย่างละเอียด
ทำไมการดูแลเส้นผมเดิมที่มีอยู่ จึงสำคัญไม่น้อยไปกว่าการปลูกผม?
ผลลัพธ์หลังปลูกผมจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ 3 องค์ประกอบ คือ จำนวนกราฟต์ที่ใช้ ความชำนาญของแพทย์ และการดูแลหลังปลูกผม สิ่งสำคัญคือ ต้องรักษาผมเดิมที่มี (Existing Hair) ให้อยู่กับคนไข้ได้นานที่สุด เพราะสาเหตุการหลุดร่วงของเส้นผมนั้นซับซ้อนและมีหลายปัจจัย โดยเฉพาะผมร่วง ผมบางจากกรรมพันธุ์ ไม่ใช่ว่าปลูกผมแล้วจบทุกปัญหา อิทธิพลของกรรมพันธุ์นั้นยังคงอยู่ มีโอกาสที่เส้นผมเดิมในบริเวณที่ไม่ได้ปลูกจะหลุดร่วงมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต สำหรับเคสผมบางจากกรรมพันธุ์หลังจากปลูกผมแล้วแพทย์มักจะแนะนำให้กินยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลรักษาเส้นผมเดิมที่เหลืออยู่ หากคนไข้ที่ทำการปลูกผมแล้วแต่ไม่อยากกินยา ยังมีทางเลือกอื่นที่ช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผม เช่น SVF for Hair Loss, ALMI Nano Fat, FRM Anti Hair – Loss และ Regenera Micrograft Hair

ผลลัพธ์ของการปลูกผมในเคสนี้แสดงให้เห็นว่า ปัญหาศีรษะล้านที่ดูเหมือนหมดหวังสามารถแก้ไขได้ ช่วยให้เส้นผมกลับมาหนาอย่างเป็นธรรมชาติ กรอบหน้าดูดีขึ้นอย่างชัดเจน
เปลี่ยนจากความรู้สึก “เป็นไปไม่ได้” ให้ “เป็นไปได้” ด้วยการปลูกผม โดยทีมแพทย์ที่มี ความชำนาญของ THE SKIN CLINIC
หากคุณเป็นอีกคนที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน อย่าปล่อยให้ความกังวลใจมาบั่นทอนความมั่นใจของคุณ เข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ THE SKIN CLINIC เราพร้อมให้คำแนะนำเพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับคุณโดยเฉพาะ



