ไขความลับ! การจัดสรรกราฟต์ผม ที่ทำให้ปลูกผมแต่ละที่ไม่เหมือนกัน?

ไขความลับ! การจัดสรรกราฟต์ผม ที่ทำให้ปลูกผมแต่ละที่ไม่เหมือนกัน?


1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

ทำไมบางคนปลูกผมแล้วดูแนบเนียนเหมือนผมขึ้นเองตามธรรมชาติ ขณะที่บางคนกลับดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย? ความลับอยู่ที่การจัดสรรกราฟต์ผม หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลลัพธ์การปลูกผมแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และทำให้ปลูกผมแต่ละที่ไม่เหมือนกัน บทความนี้เราจะพาไปเจาะลึก ความจริงเกี่ยวกับการจัดสรรกราฟต์ผมที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้

สาระสำคัญในบทความ

กราฟต์ผม แต่ละบริเวณใช้ปริมาณกราฟต์เท่าไหร่บ้าง?

กราฟผมแต่ละบริเวณจะใช้ไม่เหมือนกัน และไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์แต่ละท่าน รวมถึงการวางแผนที่เหมาะสม

  • บริเวณด้านหน้า: จำนวนกราฟต์ที่ใช้โดยประมาณ 1,400 – 2,200 กราฟต์
  • บริเวณกลางศีรษะ: จำนวนกราฟต์ที่ใช้โดยประมาณ 2,200 – 3,400 กราฟต์
  • บริเวณทั่วศีรษะ: จำนวนกราฟต์ที่ใช้โดยประมาณ 3,500 – 5,000 กราฟต์

กราฟต์ที่ดึงออกมาสามารถใช้ได้ทุกกราฟต์ จริงหรือ?

กราฟต์ที่ดึงออกมาสามารถใช้ได้ทุกกราฟต์ จริงหรือ?

การเจาะย้ายกราฟต์ผมออกมาได้สมบูรณ์ ต้องอาศัยทักษะและประสบการณ์ของแพทย์ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อรากผม ไม่ให้เซลล์รากผมได้รับบาดเจ็บหรือโดนตัดขาด เพราะกราฟต์ผมคือ “ต้นทุนสำคัญในการปลูกผม” และ “ไม่ใช่ทุกกราฟต์ผมที่นำออกมา จะสามารถใช้ในการปลูกถ่ายผมได้ทั้งหมด”

ทำไมทุกกราฟต์จึงไม่ได้ถูกนำมาใช้ทั้งหมด?

ทำไมทุกกราฟต์จึงไม่ได้ถูกนำมาใช้ทั้งหมด?

การเจาะกราฟต์ออกมาย่อมมีโอกาสเกิดการผิดพลาดจากการเจาะ ทำให้กราฟต์ผมบางส่วนเสียหาย เช่น เจาะออกมา 2,000 กราฟต์ อาจมีการสูญเสียประมาณ 50 – 100 กราฟต์ เนื่องจากมีข้อจำกัดของกระบวนการ  ลักษณะกราฟต์ผมที่ไม่สมบูรณ์ เช่น กราฟต์ที่ไม่มีราก, กราฟต์ที่เกิดการขาด, กราฟต์ที่ขาหัก, กราฟต์เปลือยที่ไม่มีเนื้อเยื่อหุ้ม และกราฟต์ที่รากเกิดความเสียหาย ส่งผลให้ “ปลูกกี่ครั้งผมก็ไม่ขึ้น” กราฟต์ที่นำไปใช้จึงต้องผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน

ทำไมการใช้กราฟต์เยอะๆ อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด?

ทำไมการใช้กราฟต์เยอะๆ อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด?

หลายคนเข้าใจผิดว่า การใช้กราฟต์มากที่สุดในการปลูกผม 1 ครั้ง จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แต่ในความเป็นจริง ปริมาณกราฟต์ที่ใช้ควรขึ้นอยู่กับการประเมินที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงแนวผมที่เป็นธรรมชาติ ความหนาแน่นที่สมดุล และอัตราการรอดของกราฟต์ เนื่องจาก

1. ผมที่ใช้ปลูกมาจากบริเวณด้านหลังศีรษะ (Donor Area) มีจำนวนจำกัด หากใช้กราฟต์มากเกินไปในครั้งเดียว อาจทำให้ไม่มีเส้นผมเหลือเพียงพอสำหรับการแก้ไขหรือเติมเต็มในอนาคต หากใช้กราฟต์เยอะเกินไปอาจเกิดภาวะผมแหว่งจากการถูกถอดกราฟต์ผมไปจำนวนมาก (Visible Donor Scarring)

2. จำนวนกราฟต์เยอะ ไม่ได้หมายถึงผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป หากใช้กราฟต์มากเกินไป แต่ไม่ได้ปลูกอย่างถูกวิธีหรือปลูกในแนวที่ไม่เป็นธรรมชาติ อาจทำให้เส้นผมที่ขึ้นใหม่ดูหนาแน่นผิดปกติ หรือขึ้นในทิศทางที่ไม่เป็นธรรมชาติ

3. หนังศีรษะอาจรับกราฟต์ได้ไม่หมด หากปลูกแน่นเกินไปในพื้นที่เดียวกัน อาจทำให้เกิดภาวะ Overcrowding (ความหนาแน่นมากเกินไป) ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงกราฟต์ไม่เพียงพอ และทำให้กราฟต์บางส่วนตายไป

4. อัตราการรอดของกราฟต์สำคัญกว่าปริมาณ หากปลูกมากเกินไปในครั้งเดียว หนังศีรษะอาจเกิดความเครียด และทำให้กราฟต์บางส่วนไม่รอด

สามารถนับจำนวนกราฟต์ผมที่นำออกมาได้หรือไม่?

การถ่ายวิดีโอ เพื่อนับจำนวนกราฟต์ผมที่ถอนออกมาเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ และเป็นวิธีที่ช่วยสร้างความโปร่งใสให้กับกระบวนการปลูกผมในระหว่างการรักษา เมื่อกราฟต์ผมถูกถอดออกจากหนังศีรษะ ทีมแพทย์จะนำกราฟต์มาคัดกรอง และนับจำนวนที่สามารถนำไปใช้ปลูกได้จริง การบันทึกวิดีโอขณะทำหัตถการ เพื่อให้เห็นภาพรวมของจำนวนกราฟต์ที่ถอนออกมาแบบเรียลไทม์ ช่วยให้คนไข้มั่นใจว่าตัวเลขที่ได้รับการแจ้งจากแพทย์นั้นตรงกับความเป็นจริง

สามารถนับจำนวนกราฟต์ผมที่นำออกมาได้หรือไม่?

กราฟต์ผมเมื่อถอนออกมาแล้วสามารถอยู่ได้นานกี่ชั่วโมง?

กราฟต์ผมเมื่อถอนออกมาแล้วสามารถอยู่ได้นานกี่ชั่วโมง?

อายุการอยู่รอดของกราฟต์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยปกติแล้วจัดสรรกราฟต์ผมสามารถอยู่รอดได้ประมาณ 6 – 8 ชั่วโมง หลังจากถูกถอนออกมาหากได้รับการเก็บรักษาอย่างเหมาะสม และต้องได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เซลล์รากผมยังคงมีชีวิต และสามารถนำไปปลูกถ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในระหว่างกระบวนการปลูกผม “กราฟต์จะถูกเก็บรักษาไว้ในสารละลายพิเศษที่ช่วยคงความชุ่มชื้น และรักษาคุณภาพของเซลล์ไว้ให้ดีที่สุด

จัดสรรกราฟต์ผมที่ปลูกไปภายใน 1 วัน กราฟต์จะติดกับหนังศีรษะจริงไหม?

กราฟต์ผมที่ปลูกไปภาย ใน 1 วัน กราฟต์จะติดกับหนังศีรษะจริงไหม?

ใช้เวลาประมาณ 2 – 4 สัปดาห์หลังการปลูก เพื่อให้รากผมที่ปลูกเริ่มติดกับหนังศีรษะได้ดี โดยในช่วงแรกจะมีการหลุดร่วงของเส้นผมที่ปลูกไปบ้าง ซึ่งเป็นกระบวนการปกติที่รากผมจะเริ่มเข้าสู่ระยะพัก และเริ่มเติบโตใหม่ภายในประมาณ 3 – 4 เดือนหลังการปลูกผม การเจริญเติบโตของเส้นผมที่ปลูกจะค่อยๆ เป็นไปตามธรรมชาติ โดยใช้เวลา 6 – 12 เดือนเพื่อเห็นผลเต็มที่ ซึ่งการเจริญเติบโตของเส้นผมจะมีระยะเวลาแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น พันธุกรรม และการดูแลหลังการปลูกผม

ลักษณะเส้นผมที่ต่างกัน ใช้กราฟต์ต่างกันไหม?

ไม่ว่าจะเป็นผมตรง หรือผมหยิก สามารถมีผลต่อการปลูกผมในบางกรณี แม้ว่าการปลูกผมจะใช้เทคนิคพื้นฐานเดียวกัน แต่ลักษณะเส้นผมอาจทำให้มีการปรับเทคนิคบางอย่าง เช่น

  • กรณีที่ผมหยิก การเลือกกราฟต์หรือวิธีปลูก อาจต้องการการจัดตำแหน่งที่ระมัดระวังมากขึ้น ปรับความลึกของกราฟต์หรือตำแหน่งการปลูก เพื่อให้เส้นผมใหม่ดูไม่ผิดเพี้ยนจากเส้นผมเดิม
  • กรณีที่ผมตรง การปลูกผมจะเน้นไปที่การวางกราฟต์ให้ได้แนวเส้นผมที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยอาจจะไม่ต้องระวังเรื่องความโค้งของเส้นผมมากนัก

ส่วนการเลือกใช้กราฟต์ทั้งสองประเภทไม่ต่างกันมากนัก แต่การคำนึงถึงลักษณะเส้นผมจะช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความสวยงามเหมาะสมกับคนไข้มากขึ้น

ลักษณะเส้นผมที่ต่างกัน ใช้กราฟต์ต่างกันไหม?

ความแตกต่างของ High – Medium – Low Density?

  • High Density

    การปลูกเส้นผมจำนวนมากในแต่ละพื้นที่ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูหนาแน่นที่สุด ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงมาก หรือต้องการให้ผลลัพธ์คล้ายกับเส้นผมธรรมชาติในทุกมุมมอง การปลูกในลักษณะนี้ อาจจะมีราคาแพงกว่า เนื่องจากการใช้จำนวนกราฟต์ที่มากขึ้น
  • Medium Density

    การปลูกผมจะเน้นไปที่การทำให้เส้นผมดูหนาขึ้นในระดับที่พอดี ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่ผมบางไม่กว้างหรือมีเล็กน้อย ต้องการเพิ่มความหนาแน่น ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
  • Low Density

    การปลูกผมแบบนี้จะใช้กราฟต์ในจำนวนที่น้อยกว่าทั้งสองแบบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มปริมาณผมในบางพื้นที่หรือปรับปรุงความหนาของผมในบางจุดที่ไม่ได้ต้องการผลลัพธ์ที่หนาแน่นมาก หากเทียบกับอีกสองแบบ ผลลัพธ์ที่ได้จะมีความบางมากกว่า แต่ก็สามารถให้ความรู้สึกของผมที่หนาขึ้นได้ในระดับหนึ่ง
    ความแตกต่างของ High – Medium – Low Density?

ทั้งนี้การเลือกความหนาแน่นของการปลูกผม ขึ้นอยู่กับสภาพผมเดิมของแต่ละบุคคล ความต้องการในผลลัพธ์ การปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ได้คำแนะนำที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคนมากที่สุด

ทำไมถึงเกิดภาวะ Shock Loss หลังปลูกผม?

ทำไมถึงเกิดภาวะ Shock Loss หลังปลูกผม?

ภาวะ Shock Loss คือ ภาวะผมร่วงหลังจากการปลูกผมไม่ว่าจะเป็นเทคนิคใดก็ตาม โดยจะเกิดตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 – สัปดาห์ที่ 8 หลังจากปลูกผม เกิดจากการที่เส้นผมแต่ละเส้นได้รับความเครียดมากกว่าภาวะปกติ โดยความเครียดนี้อาจเกิดจากการบาดเจ็บของรากผม หรือบริเวณผิวหนังโดยรอบ ไม่ว่าจะเกิดจากขั้นตอนการเจาะหรือการปลูกก็ตาม ภาวะ Shock Loss สามารถเกิดได้ใน 5% ของคนไข้ที่ทำการปลูกผม มักจะเกิดกับเส้นผมที่อยู่ในภาวะที่กำลังจะพักตัว การบาดเจ็บของเส้นผมจะเร่งให้ผมเข้าสู่ภาวะนี้ได้ไวขึ้น เมื่อเส้นผมเข้าสู่ภาวะนี้ จะทำให้เกิดการผลัดผมออกมา การหลุดร่วงลักษณะนี้จะอยู่ชั่วคราว ไม่ใช่ภาวะที่อยู่ถาวร หากได้รับการดูแลอย่างดีและเหมาะสม รากผมจะยังมีชีวิตและมีความแข็งแรง เส้นผมจะค่อยๆ กลับมางอกขึ้นในช่วง 6 – 12 เดือน

การใส่กราฟต์ผม ลึกเกินไปหรือตื้นเกินไป จะเกิดอะไรขึ้น?

การใส่กราฟต์ผมลึกเกินไปหรือตื้นเกินไป อาจทำให้ผลลัพธ์ของการปลูกผมไม่เป็นไปตามที่ต้องการ หรืออาจเกิดปัญหาต่างๆ ที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการปลูกผมได้

  • กราฟต์ถูกฝังลึกเกินไป
    อาจทำให้ผมที่ปลูกไม่สามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ เพราะว่าเส้นผมไม่สามารถทะลุออกมาจากผิวหนังได้ นอกจากนี้อาจเกิดแผลหรือการอักเสบจากการฝังกราฟต์ลึกเกินไป ส่งผลให้การฟื้นตัวจากการปลูกผมช้าลงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

  • กราฟต์ถูกฝังตื้นเกินไป
    อาจทำให้การยึดติดของกราฟต์ไม่ดีพอ เมื่อกราฟต์ไม่สามารถยึดติดกับเนื้อเยื่อได้อย่างดี ทำให้เส้นผมหลุดออกได้ง่ายหรือเจริญเติบโตได้ไม่สมบูรณ์ และยังทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติหรือผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ

การใส่กราฟต์ผม ลึกเกินไปหรือตื้นเกินไป จะเกิดอะไรขึ้น?

เพราะการปลูกผมไม่สามารถย้อนกลับได้ เมื่อรากผมถูกย้ายแล้ว จะไม่สามารถกลับไปอยู่ตำแหน่งเดิมได้อีก รากผมที่นำออกมาเสียแล้วคือเสียเลย ดังนั้น การเลือกคลินิกปลูกผมต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ แก้ปัญหาศีรษะล้านอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด


ปรึกษาฟรีได้แล้ววันนี้! สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
The Skin Clinic ทุกสาขา


« Back to Blog