GFC และ PRF กระตุ้นรากผมคืออะไร? ต่างจาก PRP อย่างไร

GFC และ PRF กระตุ้นรากผมคืออะไร? ต่างจาก PRP อย่างไร

นพ. ณัทธร นฤปเวศม์ (Dr. Nuttorn Narupaves) นพ. ณัทธร นฤปเวศม์ (Dr. Nuttorn Narupaves)
1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

สาระสำคัญในบทความ

GFC และ PRF เป็นการฉีดสารสกัดจากเลือดของตัวเองเข้าหนังศีรษะ เพื่อกระตุ้นรากผมที่ยังมีชีวิตอยู่ เช่นเดียวกับ PRP แต่ต่างกันที่วิธีเตรียม GFC กระตุ้นเกล็ดเลือดให้ปล่อย Growth Factor ก่อนฉีด ส่วน PRF ไม่ใช้สารกันเลือดแข็ง จึงเกิดใยไฟบรินที่ค่อย ๆ ปล่อยสารออกมา ทั้งหมดเหมาะกับผมบางระยะแรก ไม่ได้สร้างรากผมใหม่ในจุดที่ล้านแล้ว ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ทำไมเลือดของเราถึงช่วยกระตุ้นรากผมได้?

ในเลือดมีเกล็ดเลือด ซึ่งมีหน้าที่หลักคือช่วยให้เลือดหยุดไหลและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เมื่อเกล็ดเลือดถูกกระตุ้น จะปล่อยโปรตีนกลุ่มที่เรียกว่า Growth Factor ออกมา เช่น PDGF, VEGF, EGF และ IGF สารเหล่านี้มีบทบาทต่อการสร้างหลอดเลือดใหม่และการแบ่งตัวของเซลล์

แนวคิดของการฉีดสารจากเลือดเข้าหนังศีรษะคือ นำ Growth Factor ไปอยู่ใกล้รากผมให้มากขึ้น เพื่อช่วยยืดระยะการเจริญของเส้นผม และทำให้รากผมที่เริ่มฝ่อกลับมาสร้างเส้นผมที่หนาขึ้น วิธีนี้จึงได้ผลกับรากผมที่ยังเหลืออยู่ ไม่ได้ทำให้รากผมงอกขึ้นใหม่ในจุดที่ไม่มีรากผมแล้ว

PRP คืออะไร?

PRP (Platelet-Rich Plasma) คือพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น เตรียมโดยเจาะเลือดผู้ป่วยใส่หลอดที่มีสารกันเลือดแข็ง แล้วนำไปปั่นแยกเพื่อเก็บส่วนที่มีเกล็ดเลือดหนาแน่นกว่าเลือดปกติ จากนั้นฉีดเข้าหนังศีรษะบริเวณที่ผมบาง

PRP เป็นวิธีที่มีงานวิจัยมากที่สุดในกลุ่มนี้ งานทบทวนอย่างเป็นระบบหลายชิ้นพบว่า PRP ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมในผู้ที่ผมบางจากพันธุกรรมได้ในระดับหนึ่ง แต่ผลแตกต่างกันมากในแต่ละการศึกษา เพราะแต่ละที่ใช้วิธีปั่น ความเข้มข้น และจำนวนครั้งไม่เหมือนกัน

GFC คืออะไร ต่างจาก PRP อย่างไร?

GFC (Growth Factor Concentrate) เป็นการพัฒนาต่อจาก PRP โดยใช้หลอดเก็บเลือดชนิดพิเศษที่มีสารกระตุ้นเกล็ดเลือดอยู่ภายใน เมื่อเลือดสัมผัสสารนี้ เกล็ดเลือดจะปล่อย Growth Factor ออกมาในหลอดก่อนนำไปปั่น จากนั้นจึงแยกเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวออก ได้ของเหลวที่เน้น Growth Factor สำหรับฉีด

ความต่างหลักจาก PRP คือ PRP ฉีดเกล็ดเลือดเข้าไปแล้วให้เกล็ดเลือดค่อย ๆ ถูกกระตุ้นในหนังศีรษะ ส่วน GFC กระตุ้นให้ปล่อย Growth Factor ไว้ก่อนตั้งแต่อยู่ในหลอด ผู้ที่สนับสนุนวิธีนี้เชื่อว่าช่วยให้ปริมาณ Growth Factor ที่ฉีดคงที่กว่า และอาจระคายเคืองน้อยกว่าเพราะแยกเม็ดเลือดออกไปมาก

ด้านหลักฐาน การศึกษาเปรียบเทียบในวารสาร Dermatologic Surgery ปี 2025 ในผู้ป่วย 42 คนพบว่า GFC เพิ่มจำนวนเส้นผมได้ชัดเร็วกว่า PRP ในช่วงแรก แต่เมื่อครบ 6 เดือน กลุ่ม PRP กลับมีขนาดเส้นผมดีกว่า ซึ่งสะท้อนว่ายังสรุปไม่ได้ว่าวิธีใดดีกว่าในระยะยาว งานวิจัย GFC ส่วนใหญ่ยังเป็นการศึกษาขนาดเล็ก

PRF คืออะไร ต่างจาก PRP อย่างไร?

PRF (Platelet-Rich Fibrin) เตรียมโดยเจาะเลือดใส่หลอดที่ไม่มีสารกันเลือดแข็ง แล้วปั่นด้วยความเร็วต่ำในเวลาสั้น สำหรับใช้กับหนังศีรษะมักใช้แบบของเหลวที่เรียกว่า i-PRF ซึ่งต้องฉีดภายในไม่กี่นาทีก่อนที่จะจับตัวเป็นเจล

เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว PRF จะค่อย ๆ จับตัวเป็นโครงร่างใยไฟบรินในหนังศีรษะ ซึ่งเชื่อว่าช่วยปล่อย Growth Factor ออกมาอย่างช้า ๆ นานกว่า PRP นอกจากนี้ PRF มักมีเม็ดเลือดขาวปนอยู่ด้วย ข้อดีคือไม่ต้องใช้สารเคมีเติมลงไป ข้อจำกัดคือต้องทำอย่างรวดเร็ว และงานวิจัยในเรื่องผมร่วงยังน้อยกว่า PRP มาก

GFC และ PRF ต่างจาก PRP อย่างไร? สรุปเป็นตาราง

หัวข้อPRPGFCPRF
สารกันเลือดแข็งใช้ใช้ในหลอดพิเศษไม่ใช้
การกระตุ้นเกล็ดเลือดเกิดหลังฉีดหรือเติมสารกระตุ้นกระตุ้นในหลอดก่อนฉีดเกิดเองตามธรรมชาติ
สิ่งที่ฉีดเข้าไปพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นของเหลวที่เน้น Growth Factorพลาสมาที่ค่อย ๆ จับตัวเป็นใยไฟบริน
การปล่อย Growth Factorปล่อยค่อนข้างเร็วปล่อยไว้แล้วตั้งแต่ก่อนฉีดค่อย ๆ ปล่อยออกมาช้ากว่า
ปริมาณงานวิจัยด้านผมร่วงมากที่สุดน้อย ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาขนาดเล็กน้อย
ข้อควรรู้สูตรการเตรียมแตกต่างกันมากในแต่ละที่มักผูกกับชุดอุปกรณ์เฉพาะต้องฉีดเร็วก่อนจับตัว

ตารางนี้ช่วยให้เห็นว่า GFC และ PRF ไม่ใช่สิ่งที่ดีกว่า PRP โดยอัตโนมัติ แต่เป็นวิธีเตรียมที่ต่างกัน ซึ่งแต่ละแบบยังต้องการงานวิจัยเพิ่มเติม

GFC และ PRF เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร?

มักเหมาะกับ

  • ผู้ชายที่ผมเริ่มบางจากพันธุกรรมในระยะแรกถึงปานกลาง ดูระดับได้จาก Norwood Scale ระดับหัวล้าน
  • ผู้หญิงที่ผมบางแบบกระจาย และแพทย์ตรวจแล้วไม่พบสาเหตุอื่นที่ต้องรักษาก่อน
  • คนที่ยังไม่พร้อมปลูกผม หรือต้องการดูแลผมเดิมควบคู่กับการปลูกผม
  • คนที่ใช้ยาแล้วได้ผลไม่พอ หรือใช้ยาบางชนิดไม่ได้

อาจไม่เหมาะ

  • บริเวณที่ล้านเรียบแล้วและไม่มีรากผมเหลือ เพราะไม่มีรากผมให้กระตุ้น
  • ผู้ที่มีโรคเลือดหรือเกล็ดเลือดต่ำ หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือการอักเสบที่หนังศีรษะ
  • ผู้ที่ผมร่วงจากสาเหตุที่ยังไม่ได้วินิจฉัย เช่น ไทรอยด์ ขาดธาตุเหล็ก หรือผมร่วงเป็นหย่อม
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

การรักษาผมร่วงโดยไม่ผ่าตัดมีหลายทางเลือก อ่านภาพรวมได้ที่ ผมร่วงรักษาได้โดยไม่ต้องปลูกผม

การกระตุ้นรากผมด้วยสารจากเลือดต่างจาก ALMA Nano Fat และการปลูกผมอย่างไร?

GFC และ PRF ใช้สารจากเลือด ส่วน ALMA Nano Fat ใช้ไขมันของตัวเองที่ผ่านการย่อยให้ละเอียดแล้วฉีดเข้าหนังศีรษะ ซึ่งเป็นแนวทางที่ต่างกัน แพทย์จะเลือกตามสภาพหนังศีรษะและความเหมาะสมของแต่ละคน อ่านเรื่องความปลอดภัยของ Nano Fat ได้ที่ Nano Fat อันตรายไหม

ส่วนการปลูกผม เช่น FUE แบบโกน, FUI, Long Hair FUI หรือ DHI เป็นการย้ายรากผมจากท้ายทอยมาปลูกในจุดที่ล้าน เทคนิคเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และเหมาะกับคนที่รากผมในบริเวณนั้นหายไปแล้ว ในหลายกรณี แพทย์อาจใช้การกระตุ้นรากผมควบคู่กับการปลูกผม เพื่อดูแลผมเดิมรอบ ๆ ไม่ให้บางลงต่อ

เปรียบเทียบหนังศีรษะผมบางระยะแรกที่เหมาะกับการกระตุ้นรากผม กับหนังศีรษะที่ล้านแล้วซึ่งต้องพิจารณาการปลูกผม

ต้องทำกี่ครั้ง และเห็นผลเมื่อไหร่?

ในงานวิจัยส่วนใหญ่ การกระตุ้นรากผมด้วยสารจากเลือดมักทำ 3–4 ครั้งในช่วงแรก ห่างกันราว 2–4 สัปดาห์ แล้วนัดกระตุ้นซ้ำเป็นระยะ ส่วนการเห็นผลมักต้องรออย่างน้อย 3 เดือน เพราะเส้นผมงอกช้าราวเดือนละ 1 เซนติเมตร จำนวนครั้งที่เหมาะกับแต่ละคนควรให้แพทย์กำหนดหลังตรวจ

สรุป: ควรเลือก PRP, GFC หรือ PRF?

GFC และ PRF เป็นทางเลือกในกลุ่มเดียวกับ PRP คือใช้ Growth Factor จากเลือดของตัวเองกระตุ้นรากผมที่ยังมีชีวิตอยู่ ความต่างอยู่ที่วิธีเตรียม ไม่ได้แปลว่าวิธีใหม่กว่าจะได้ผลมากกว่าเสมอ PRP มีงานวิจัยรองรับมากที่สุด ส่วน GFC และ PRF ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม การเลือกที่เหมาะจึงควรเริ่มจากการตรวจว่าผมร่วงจากอะไร และรากผมยังเหลือมากแค่ไหน ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

คลิ๊กที่นี่เพื่อ ศึกษาบริการ Long Hair + ALMI NANO FAT เพิ่มเติม

FAQs

GFC กับ PRP ต่างกันอย่างไร

GFC กระตุ้นเกล็ดเลือดให้ปล่อย Growth Factor ไว้ในหลอดก่อนฉีด และแยกเม็ดเลือดออก ส่วน PRP ฉีดพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น แล้วให้เกล็ดเลือดปล่อย Growth Factor ในหนังศีรษะ

PRF กับ PRP ต่างกันอย่างไร

PRF ไม่ใช้สารกันเลือดแข็งและปั่นด้วยความเร็วต่ำ เมื่อฉีดแล้วจะจับตัวเป็นใยไฟบรินที่ค่อย ๆ ปล่อย Growth Factor ช้ากว่า PRP

GFC หรือ PRF ได้ผลดีกว่า PRP ไหม

ยังสรุปไม่ได้ งานวิจัยที่เปรียบเทียบกันตรง ๆ ยังมีน้อยและขนาดเล็ก PRP ยังเป็นวิธีที่มีหลักฐานมากที่สุดในกลุ่มนี้

ฉีด GFC หรือ PRF แล้วผมจะขึ้นในจุดที่ล้านได้ไหม

ไม่ได้ เพราะทั้งสองวิธีกระตุ้นได้เฉพาะรากผมที่ยังมีอยู่ จุดที่ล้านเรียบแล้วอาจต้องพิจารณาการปลูกผม

ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

มักทำ 3–4 ครั้งในช่วงแรก ห่างกันราว 2–4 สัปดาห์ และมักต้องรออย่างน้อย 3 เดือนก่อนเห็นความเปลี่ยนแปลง จำนวนครั้งจริงแพทย์จะกำหนดหลังตรวจ

« Back to Blog