สเต็มเซลล์ผม (SVF) คืออะไร? ได้ผลไหม เหมาะกับใคร

สเต็มเซลล์ผม (SVF) คืออะไร? ได้ผลไหม เหมาะกับใคร

นพ. ณัทธร นฤปเวศม์ (Dr. Nuttorn Narupaves) นพ. ณัทธร นฤปเวศม์ (Dr. Nuttorn Narupaves)
1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

สาระสำคัญในบทความ

สเต็มเซลล์ผม (SVF) คือการนำกลุ่มเซลล์ที่แยกได้จากไขมันของตัวเอง (Stromal Vascular Fraction) มาฉีดบริเวณหนังศีรษะที่ผมบาง เพื่อช่วยกระตุ้นรากผมที่ยังมีชีวิตแต่อ่อนแอให้กลับมาสร้างเส้นผมได้ดีขึ้น เหมาะกับผมบางระยะต้นถึงกลางที่รากผมยังไม่ฝ่อ ไม่ได้สร้างรากผมใหม่ในจุดที่ล้านเรียบไปแล้ว และผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะของแต่ละบุคคล

สเต็มเซลล์ผม (SVF) คืออะไร ต่างจากคำว่า “สเต็มเซลล์” ที่ได้ยินทั่วไปอย่างไร?

SVF ย่อมาจาก Stromal Vascular Fraction คือส่วนของเซลล์ที่ได้จากการแยกเนื้อเยื่อไขมัน ในนั้นมีเซลล์หลายชนิดรวมกัน เช่น เซลล์ต้นกำเนิดจากไขมัน เซลล์ที่เกี่ยวกับหลอดเลือด และเซลล์อื่น ๆ ในเนื้อเยื่อ

คำว่า “สเต็มเซลล์” ที่ใช้กันทั่วไปในโฆษณาจึงไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันเสมอ บางครั้งหมายถึงเซลล์ที่เพาะเลี้ยงในห้องแล็บ บางครั้งหมายถึงสารสกัดหรือผลิตภัณฑ์ทาภายนอก ส่วน SVF คือกลุ่มเซลล์ที่แยกจากไขมันของผู้รับการรักษาเองในวันทำ โดยไม่ผ่านการเพาะเลี้ยง

SVF ได้มาจากไหน?

SVF ได้มาจากไขมันใต้ผิวหนังของผู้รับการรักษาเอง มักเป็นบริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก แพทย์จะดูดไขมันในปริมาณเล็กน้อย แล้วนำไปผ่านกระบวนการแยกเซลล์ก่อนนำกลับมาฉีด

ทำไมคนเรียกว่าสเต็มเซลล์ผม?

ในภาษาตลาด คำว่าสเต็มเซลล์ผมมักใช้เรียกการรักษาผมบางที่ใช้เซลล์จากร่างกายตัวเอง ซึ่งรวมถึง SVF ด้วย แต่การเรียกแบบนี้อาจทำให้เข้าใจผิดว่าเซลล์จะ “กลายเป็นรากผมใหม่” ได้ หากอยากรู้ว่าคำกล่าวอ้างแบบไหนจริงหรือเกินจริง อ่านต่อที่ Stem Cell ผม ได้ผลจริงไหม หรือแค่การตลาด

สเต็มเซลล์ผม (SVF) ทำงานกับรากผมอย่างไร?

แนวคิดของสเต็มเซลล์ผม (SVF) คือการปรับสภาพแวดล้อมรอบรากผมให้ดีขึ้น ไม่ใช่การปลูกรากผมใหม่ กลไกที่มีการศึกษาและอธิบายไว้ ได้แก่ [ใส่แหล่งอ้างอิง]

  • ส่งสัญญาณกระตุ้นการซ่อมแซม เซลล์ใน SVF ปล่อยสารส่งสัญญาณ (Growth Factors และ Cytokines) ที่อาจช่วยกระตุ้นรากผม
  • ช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือด เซลล์บางกลุ่มเกี่ยวข้องกับการสร้างหลอดเลือดขนาดเล็ก ช่วยให้รากผมได้รับเลือดและสารอาหาร
  • ช่วยรากผมที่อ่อนแอ รากผมที่ผลิตเส้นผมเล็กและบางลง อาจกลับมาผลิตเส้นผมที่หนาขึ้นได้

ข้อสำคัญคือ สเต็มเซลล์ผม (SVF) ต้องมีรากผมที่ยังมีชีวิตให้ทำงานด้วย ถ้ารากผมฝ่อและหนังศีรษะเรียบเป็นมันแล้ว การฉีดเซลล์รากผมแบบใดก็ไม่สามารถทำให้ผมกลับมาได้

SVF, ALMI Nano Fat และ PRP ต่างกันอย่างไร

ใครเหมาะกับการฉีดสเต็มเซลล์ผม (SVF)?

  • ผมบางระยะต้นถึงกลาง ผมยังมีอยู่แต่เส้นเล็กลง มองเห็นหนังศีรษะมากขึ้น
  • ผู้หญิงผมบาง โดยเฉพาะผมบางแบบกระจายบริเวณกลางศีรษะหรือแสกกว้างขึ้น
  • คนที่กราฟต์ไม่พอสำหรับปลูกผม เช่น Donor Area บริเวณท้ายทอยบางหรือมีจำกัด
  • คนที่ไม่อยากกินยา หรือกินยาแล้วมีปัญหา แต่ยังต้องการชะลอผมบาง
  • คนที่วางแผนปลูกผม FUE ใช้เสริมก่อนหรือหลังปลูก เพื่อดูแลผมเดิมรอบพื้นที่ปลูก

ใช้ SVF ร่วมกับการปลูกผม FUE ได้อย่างไร?

การปลูกผมย้ายรากผมจากท้ายทอยมาไว้ในจุดที่ล้าน แต่ไม่ได้ช่วยผมเดิมที่ยังบางลงต่อรอบ ๆ พื้นที่ปลูก หลายคนจึงปลูกแล้วผ่านไปไม่กี่ปีรู้สึกว่าผมโดยรวมบางลงอีก แพทย์จึงอาจวางแผนใช้ SVF ร่วมด้วยในบางกรณี

ช่วงเวลาเป้าหมายของการใช้ SVF
ก่อนปลูกผมดูแลผมเดิมที่ยังอ่อนแอ ให้แพทย์ประเมินได้ชัดขึ้นว่าบริเวณไหนต้องปลูกจริง
หลังปลูกผมดูแลผมเดิมรอบพื้นที่ปลูก เพื่อให้ภาพรวมของผมกลมกลืนกันในระยะยาว
แทนการปลูกผมใช้ในคนที่ผมบางแต่รากผมยังอยู่ หรือคนที่ Donor ไม่พอสำหรับการปลูก

ใครไม่เหมาะกับ สเต็มเซลล์ผม (SVF)?

  • หัวล้านเต็มที่ที่รากผมฝ่อแล้ว หนังศีรษะเรียบไม่มีรากผมเหลือ กรณีนี้การปลูกผมอาจเป็นทางเลือกที่ตรงกว่า เช่น ปลูกผม FUE แบบโกน หรือ Long Hair FUI แบบไม่โกน
  • ผมร่วงจากสาเหตุที่ยังไม่ได้รักษา เช่น โรคต่อมไทรอยด์ ขาดธาตุเหล็ก หรือโรคหนังศีรษะอักเสบ ควรหาสาเหตุและรักษาก่อน
  • มีโรคประจำตัวหรือภาวะที่ไม่เหมาะกับการดูดไขมัน เช่น ปัญหาการแข็งตัวของเลือด ต้องให้แพทย์ประเมินก่อน
  • คาดหวังว่าผมจะกลับมาหนาเท่าเดิมทั้งหมด SVF ช่วยรากผมที่ยังอยู่ แต่ไม่สร้างรากผมใหม่

ขั้นตอนวันทำ สเต็มเซลล์ผม (SVF) เป็นอย่างไร ใช้เวลาเท่าไร เจ็บไหม?

  1. ตรวจประเมินก่อนทำ ตรวจหนังศีรษะด้วย AI Hair Scan ดูความหนาแน่นและระดับผมบาง พร้อมซักประวัติสุขภาพ
  2. ดูดไขมัน ฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณที่จะดูดไขมัน แล้วดูดไขมันในปริมาณเล็กน้อยด้วยเข็มขนาดเล็ก
  3. แยกเซลล์ นำไขมันเข้ากระบวนการแยกเพื่อให้ได้ส่วน SVF
  4. ฉีดเข้าหนังศีรษะ ฉีดยาชาที่หนังศีรษะ แล้วฉีด SVF กระจายในบริเวณที่ผมบาง

ทั้งหมดทำเสร็จในวันเดียว ใช้เวลาประมาณ [ใส่ระยะเวลาจากคลินิก] ส่วนเรื่องความเจ็บ ส่วนใหญ่รู้สึกเจ็บช่วงฉีดยาชา หลังจากนั้นจะรู้สึกตึงหรือหน่วงบริเวณที่ดูดไขมันได้ในช่วงแรก

ก่อนและหลังทำสเต็มเซลล์ผม (SVF) ต้องเตรียมตัวและดูแลอย่างไร

ฉีดสเต็มเซลล์ผมแล้ว กี่เดือนเห็นผล ต้องทำกี่ครั้ง?

เส้นผมเติบโตตามวงจรที่ใช้เวลาหลายเดือน การเปลี่ยนแปลงจึงไม่ได้เห็นทันทีหลังทำ โดยทั่วไปแพทย์จะนัดติดตามและเปรียบเทียบภาพหนังศีรษะเป็นระยะ เช่น ทุก [ใส่ระยะติดตามจากคลินิก] เดือน

จำนวนครั้งขึ้นกับระดับผมบาง สาเหตุ และการตอบสนองของแต่ละคน [ใส่จำนวนครั้งตามแนวทางของคลินิก] บางคนแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ร่วมกับการดูแลอื่น เช่น FRM Anti Hair-Loss หรือวางแผนปลูกผมในอนาคต ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะของแต่ละบุคคล

ปลอดภัยไหม ผลข้างเคียงที่อาจเกิดมีอะไรบ้าง?

เพราะการฉีดสเต็มเซลล์ผมแบบ SVF ใช้เซลล์จากร่างกายตัวเอง ความเสี่ยงเรื่องการแพ้หรือการต่อต้านเนื้อเยื่อจึงต่ำ แต่ยังเป็นหัตถการที่มีการดูดไขมันและการฉีด จึงอาจมีผลข้างเคียงได้

บริเวณผลข้างเคียงที่อาจเกิดโดยทั่วไป
จุดดูดไขมันช้ำ บวม ปวดตึง ชาเฉพาะที่มักดีขึ้นเองในช่วงสัปดาห์แรก ๆ
หนังศีรษะแดง บวม ตึง เจ็บเมื่อสัมผัสมักดีขึ้นภายในไม่กี่วัน
ภาวะที่พบไม่บ่อยติดเชื้อ เลือดออกผิดปกติ ก้อนใต้ผิวควรกลับมาพบแพทย์ทันทีถ้ามีไข้ ปวดมากขึ้น หรือมีหนอง

สรุป: สเต็มเซลล์ผม (SVF) เหมาะกับใคร?

สเต็มเซลล์ผม (SVF) เป็นทางเลือกสำหรับผมบางระยะต้นถึงกลางที่รากผมยังมีชีวิต ใช้เซลล์จากไขมันของตัวเอง ทำเสร็จในวันเดียว และต้องรอหลายเดือนกว่าจะประเมินผลได้ ไม่เหมาะกับจุดที่ล้านเรียบไปแล้ว ซึ่งการปลูกผมอาจตรงกว่า ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะของแต่ละบุคคล

FAQs

SVF คืออะไร

SVF หรือ Stromal Vascular Fraction คือกลุ่มเซลล์ที่แยกออกมาจากไขมันของผู้รับการรักษาเอง มีเซลล์หลายชนิดรวมกัน รวมถึงเซลล์ต้นกำเนิดจากไขมัน ในการรักษาผมบาง แพทย์จะฉีด SVF เข้าหนังศีรษะบริเวณที่ผมบาง เพื่อช่วยกระตุ้นรากผมที่ยังมีชีวิตแต่อ่อนแอให้กลับมาสร้างเส้นผมได้ดีขึ้น

ฉีดสเต็มเซลล์ผมได้ผลไหม

การฉีด SVF อาจช่วยให้เส้นผมที่เล็กลงกลับมาหนาขึ้นได้ ในกรณีที่รากผมยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่สามารถทำให้ผมขึ้นใหม่ในจุดที่รากผมฝ่อและหนังศีรษะเรียบไปแล้ว ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะของแต่ละบุคคล แพทย์ควรตรวจประเมินก่อนทำทุกครั้ง

SVF ต่างจาก ALMI Nano Fat อย่างไร

ทั้งสองแบบใช้ไขมันของตัวเอง แต่ SVF คือการแยกเอาเฉพาะส่วนเซลล์ออกมาฉีด ส่วน ALMI Nano Fat คือการบดไขมันให้ละเอียดมากแล้วฉีดเนื้อเยื่อไขมันที่ผ่านการกรอง แพทย์จะเลือกวิธีหลังตรวจระดับผมบาง สภาพหนังศีรษะ และเป้าหมายของแต่ละคน

ปลูกผมสเต็มเซลล์มีผลข้างเคียงไหม

เพราะใช้เซลล์จากร่างกายตัวเอง ความเสี่ยงเรื่องการแพ้จึงต่ำ ผลข้างเคียงที่พบได้คือ ช้ำ บวม ปวดตึงบริเวณที่ดูดไขมัน และหนังศีรษะแดงหรือเจ็บช่วงสั้น ๆ ส่วนการติดเชื้อพบได้ไม่บ่อย ควรพบแพทย์ทันทีถ้ามีไข้ ปวดมากขึ้น หรือมีหนอง

« Back to Blog