สาระสำคัญในบทความ
หนวดเคราเยอะ แต่ทำไมศีรษะล้าน? คำถามชวนสงสัยที่เเทป็นปัญหาหนักใจของผู้ชายหลายคน โดยเฉพาะคนที่ผมร่วงลามไปทั่วหนังศีรษะ จนกังวลว่าเส้นผมบนศีรษะอาจมีไม่เพียงพอต่อการปลูกผมถาวร มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะสามารถใช้เส้นขนบริเวณอื่นในร่างกาย จะใช้เส้นขนจากส่วนไหนได้บ้าง ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร มีข้อจำกัดอะไรบ้าง ใครที่กำลังมีคำถามเรื่องนี้อยู่เรามาทำความเข้าใจกันเลย

เทคนิคการทำจากเส้นขนในร่างกาย ทำได้ไหม
ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจคร่าวๆ กันก่อนนั่นคือ การย้ายกอผม หรือที่เรียกว่ากราฟต์ผม (Graft) ที่มีเซลล์รากผมแข็งแรงจากบริเวณท้ายทอย หรือด้านข้างของศีรษะมาปลูกลงบนหนังศีรษะในตำแหน่งที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน จากคำถามที่ว่าสามารถใช้เส้นขนจากบริเวณอื่นในร่างกายได้หรือไม่ คำตอบคือ สามารถทำได้ วิธีการนี้เรียกว่า Body Hair Transplantation : BHT เหตุผลที่ทำได้เนื่องจากขนทุกบริเวณบนร่างกายนั้นมีโครงสร้างที่อยู่ใต้ผิวหนังเหมือนกัน ด้วยเส้นขนเป็นวิธีที่มีการทำมานานแล้ว ซึ่งได้รับความนิยมในฝั่งตะวันออกกลางและยุโรป ทั้งนี้ต้องเป็นเส้นขนจากร่างกายของเราเองเท่านั้น
ใครบ้างที่เหมาะกับการปลูกผมโดยใช้เส้นขนในร่างกาย
- คนที่มีกราฟต์ผมไม่เพียงพอสำหรับการปลูกผมตามที่ต้องการ
- คนที่กราฟต์ผมถูกใช้จนหมดแล้วจากการปลูกผมครั้งก่อน
ในกรณีที่เส้นผมบริเวณท้ายทอยและด้านข้างศีรษะนั้นมีไม่เพียงพอต่อการปลูกผมตามที่ต้องการ แพทย์ก็อาจจะพิจารณาเอาเส้นขนจากบริเวณอื่นในร่างกายมาใช้ เช่น หนวด เครา ขนหน้าอก ขนแขน ขนขา ขนหลัง เป็นต้น
วิธีนี้สามารถใช้ร่วมกับการรักษาฟื้นฟูเส้นผมรูปแบบอื่นๆ ได้ เช่น การใช้กราฟผม (Graft) ที่ได้จากหนังศีรษะ การนำเส้นขนมาปลูกมักใช้เพื่อช่วยเสริมและปกปิดบริเวณกลางศีรษะเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่หนาแน่นขึ้น
ข้อจำกัดและปัจจัยที่ต้องพิจารณา

1. ลักษณะของเส้นขนในแต่ละบริเวณแตกต่างกัน
การนำขนจากส่วนอื่นของร่างกายมาใช้ ไม่ได้แปลว่าเราจะเอาขนจากทุกส่วนมาใช้ได้ตามใจ ต้องคำนึงถึงความแตกต่างของลักษณะเส้นขน เช่น ความหนา ความยาว วงจรชีวิตที่แตกต่างกันไป ถ้าเรานำขนจากบริเวณไหนมาปลูก ขนที่ขึ้นใหม่ก็จะมีลักษณะเดียวกัน เช่น ขนจากหน้าอก หนวดเครา ซึ่งมีลักษณะหยาบและหนากว่าเส้นผมบนศีรษะ
โดยทั่วไปไม่นิยมนำขนหน้าอกมาใส่บริเวณแนวไรผม (Hairline) เพราะจะดูไม่เป็นธรรมชาติ ส่วนใหญ่แล้วมักจะนำมาปลูกแซมในพื้นที่ที่ต้องการความหนาแน่นอย่างบริเวณกลางศีรษะ เพราะช่วยให้ผมดูหนาขึ้น เพิ่มวอลุ่มให้กับเส้นผมและมองเห็นความแตกต่างที่ไม่ชัดเจนจนเกินไป ส่วนการใช้หนวด จะใช้จากบริเวณใต้คาง เหมาะสำหรับการทำบริเวณกลางศีรษะ ซึ่งการเจาะดึงขนบริเวณต่างๆ ของร่างกายนั้น จะทำให้เกิดรอยแผลเป็นจุดขาวๆ เล็กน้อย
2. เส้นขนตามร่างกายมีวงจรการเจริญเติบโตที่ต่างกัน
การรักษาความยาวและความหนาของผมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษเช่นกัน เพราะเส้นขนตามร่างกายจะมีวงจรการเจริญเติบโตที่ต่างจากเส้นผมบนศีรษะ เส้นขนที่นำมาปลูกอาจไม่เติบโตในอัตราเดียวกับเส้นผมบนหนังศีรษะ อาจหลุดร่วงเร็วหรือบ่อยกว่าเส้นผมธรรมชาติ เส้นขนที่ปลูกถ่ายจะไม่ยาวกว่าตำแหน่งเดิม เช่น ขนหน้าอกจะยาวเพียงไม่กี่เซนติเมตร ต่างจากหนวดเคราที่สามารถยาวได้เหมือนเส้นผม เนื่องจากระยะการเจริญเติบโตใกล้เคียงกับเส้นผมบนศีรษะ
3. เทคนิคและความเชี่ยวชาญของแพทย์
อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องพิจารณาสำหรับการใช้เส้นขนจากบริเวณอื่นในร่างกาย เพื่อให้ผมดูหนากลมกลืนไปกับเส้นผมบนศีรษะอย่างเป็นธรรมชาติ ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญจากแพทย์ในการเลือกบริเวณที่จะนำเส้นขนออกมา
นอกจากเข้าใจลักษณะเส้นขนที่แตกต่างกันแล้ว การเก็บเซลล์รากขนจากบริเวณต่างๆ ก็ต้องมีการวางแผนที่ดี ใช้ความละเอียดรอบคอบสูง และต้องคำนึงถึงทิศทางการเจริญเติบโตของเส้นขนที่นำมาใช้เพื่อให้แน่ใจว่าผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจและเส้นผมที่เป็นธรรมชาติมากที่สุดนั่นเอง

โดยใช้ขนจากบริเวณอื่นของร่างกาย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่มีเส้นผมบนศีรษะเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม การปลูกผมวิธีนี้ต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ ควรปรึกษาพูดคุยทำความเข้าใจเพื่อให้แน่ใจว่าเราเข้าใจในแนวทางการรักษา ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ดังนั้น หากเริ่มมีปัญหาผมร่วง ผมบาง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยให้ศีรษะล้านเป็นบริเวณกว้างจนต้องเลือกใช้เส้นขนจากร่างกายเข้ามาช่วย
ปรึกษาฟรีได้แล้ววันนี้! สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
The Skin Clinic ทุกสาขา



