สาระสำคัญในบทความ
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนปลูกผมแล้วไม่ได้ผล หรือดูแย่กว่าเดิม นั่นอาจเป็นเพราะว่า การปลูกผมไม่ใช่วิธีรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่แรก หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การปลูกผมล้มเหลว คือ เลือกคนไข้ผิด! บทความนี้จะเปิดเผยความลับว่า ทำไมการเลือกคนไข้ที่เหมาะสม จึงเป็นเรื่องสำคัญต่อการปลูกผม
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการปลูกผม ที่หลายคนอาจไม่รู้?
หลายคนเข้าใจว่าการปลูกผมสามารถแก้ได้ทุกปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะ ปลูกผมได้เรื่อยๆ ตามต้องการ นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด! การปลูกผมต้องมีการวางแผนในระยะยาว และเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างแพทย์กับคนไข้ เพราะการปลูกผมเป็นการใช้ทรัพยากรเส้นผมที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากการปลูกผมเป็นการย้ายเซลล์รากผมจากด้านหลังศีรษะ (Donor Area) แล้วนำไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ ผมที่ปลูกจะงอกใหม่ได้ตามปกติ แต่ตำแหน่งที่นำรากผมออกไปนั้นผมจะไม่สามารถเกิดใหม่ได้อีก
ปัญหาผมร่วง ผมบาง สามารถปลูกผมได้ทุกเคสหรือไม่?
ปัญหาผมร่วง ผมบางที่หนังศีรษะยังมีรากผมอยู่ หรือผมร่วงระยะแรกอาการไม่รุนแรง แพทย์ยังไม่แนะนำให้ปลูกผมทันที แต่จะแนะนำให้ทำการรักษาด้วยวิธีอื่นก่อน เช่น การทายา การทำทรีตเมนต์กระตุ้นรากผม ซึ่งผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หากไม่ได้ผลแพทย์จะพิจารณาการปลูกผมเป็นวิธีสุดท้าย และใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น ดังนั้นการปลูกผมถาวรจึงไม่สามารถรักษาภาวะผมบางได้ทุกรูปแบบ และไม่ใช่ทุกคนที่สามารถปลูกผมได้เสมอไป เบื้องต้นจะต้องหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการผมร่วง ผมบาง เช็คสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ อายุของคนไข้ จำนวนกราฟต์ผม สุขภาพร่างกาย และโรคประจำตัว กรณีที่คนไข้ไม่เหมาะกับการปลูกผม แต่ทำการรักษาด้วยการปลูกผม นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว อาการผมร่วง ผมบางอาจมีความรุนแรงมากขึ้น อาจส่งผลต่อสุขภาพของคนไข้ และทำให้การรักษาเป็นไปได้ยากขึ้น
คนไข้ที่เหมาะสมกับการปลูกผม ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง?

• คนไข้ต้องมีรากผมที่แข็งแรง และมีมากพอที่จะทำการปลูกผม
การปลูกผม ไม่ใช่การสร้างเส้นผมขึ้นมาใหม่ หรือเพิ่มจำนวนเส้นผม แต่เป็นการย้ายเซลล์รากผมจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่ง เพื่อให้การปลูกผมถาวรประสบความสำเร็จ และผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวัง รากผมบริเวณด้านหลัง ต้องมีความแข็งแรง และมีจำนวนเพียงพอต่อการปลูกในบริเวณที่ต้องการ คนไข้ที่มีความสมบูรณ์แข็งแรงของเส้นผม จะมีโอกาสได้ผลลัพธ์ที่ดีจากการปลูกผมกว่าคนที่มีเส้นผมคุณภาพน้อยกว่า
• คนไข้ต้องไม่มีภาวะผมร่วง ผมบางอย่างรุนแรง
ภาวะผมร่วง ผมบางที่มีความรุนแรงมาก มีบริเวณกว้างทั่วศีรษะ หรือมีปัญหาผมบางตรงส่วนท้ายทอย อาจไม่เหมาะกับการปลูกผม เนื่องจากเส้นผมบริเวณ Donor Area มีจำกัดและอาจมีไม่เพียงพอต่อการปลูก หรือต่อให้ปลูกยังไง สุดท้ายผลลัพธ์ก็ไม่น่าพอใจอยู่ดี
• คนไข้ต้องไม่ป่วยเป็นโรคที่ไม่สามารถปลูกผมได้
มีบางโรคที่ไม่สามารถปลูกผมได้ เช่น โรคผมร่วงเป็นหย่อม DUPA, โรคผมร่วง FFA และโรคผมร่วงแบบมีแผลบนหนังศีรษะ จำเป็นจะต้องรักษาให้หายก่อน เพราะภาวะดังกล่าวอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้ปลูกผมไม่ติด อาจมีความเสี่ยงระหว่างการผ่าตัด หรืออาการของโรครุนแรงขึ้น หากคลินิกปลูกผมไหนยอมปลูกผมให้ อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดีก็เป็นได้
• คนไข้ต้องมีอายุที่เหมาะสมต่อการปลูกผม
อายุเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการปลูกผม หากคนไข้อายุน้อยเกินไปเซลล์ผมอาจจะยังไม่สมบูรณ์ หรือแข็งแรงพอที่จะย้ายไปปลูก หรือหากคนไข้อายุมากเกินไปเซลล์ผมอาจเสื่อมสภาพ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การปลูกผมถาวรที่สมบูรณ์ อายุที่เหมาะสมต่อการปลูกผมอยู่ที่ 25 ปีขึ้นไป อย่างในกรณีที่คนไข้อายุต่ำกว่า 20 แล้วมีภาวะผมร่วงด้านหน้า (Receding Hairline) และมีโอกาสที่ผมจะร่วงเพิ่มขึ้น แพทย์ไม่สามารถที่จะทำนายได้ว่าในอนาคตคนไข้จะมีผมร่วงมากน้อยแค่ไหน หรือช้าเร็วแค่ไหน จึงเป็นเรื่องยากในการวางแผนแก้ไขปัญหา เนื่องจากข้อจำกัดของทรัพยากรเส้นผม กรณีที่คนไข้อายุ 60 ปีขึ้นไป หากมีรากผมที่แข็งแรง มีจำนวนเพียงพอต่อการปลูก สุขภาพร่างกายแข็งแรง และไม่มีโรคประจำตัว ก็สามารถทำการปลูกย้ายเซลล์รากผมได้
การปลูกผมถาวร เป็นทางเลือกที่เห็นผลชัดเจนและมีประสิทธิภาพในการรักษาปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน แต่ก็มีข้อจำกัด และอาจไม่เหมาะกับทุกคน ทั้งนี้ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดในการรักษา มีแต่วิธีที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้แต่ละคน หากคุณกำลังพิจารณาการปลูกผม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินการรักษา รวมถึงทำความเข้าใจในขั้นตอนของการปลูกผม จะได้รู้ว่าคุณสามารถปลูกผมได้หรือไม่ หรือเหมาะสมกับวิธีใดในการรักษา



