หมดกังวลเรื่องผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน รักษาได้โดยไม่ต้องปลูกผม!

ปลูกผมถาวร ทำไมถึงเป็นทางเลือกยอดนิยม? เจาะลึกทุกเรื่องของการปลูกผมที่คุณไม่ควรพลาด


1 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

สาระสำคัญในบทความ

ปลูกผมถาวร ทางออกในการแก้ปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน ให้กลับมามีเส้นผมที่ดูเป็นธรรมชาติได้อีกครั้ง สำหรับใครที่กังวลเรื่องปัญหาผมบาง และมีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการปลูกผม บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลที่คนอยากปลูกผมต้องรู้ เริ่มจากทำความเข้าใจว่า การปลูกผมคืออะไร มีขั้นตอนยังไง ต้องเตรียมตัวอย่างไร พร้อมทั้งเปรียบเทียบเทคนิคต่างๆ และคำถามที่พบบ่อย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

ปลูกผมคืออะไร? ทำไมถึงเป็นทางเลือกยอดนิยม

การปลูกผม (Hair Transplantation) เป็นการสร้างเส้นผมใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน เช่น แนวไรผมด้านหน้า ตรงกลางศีรษะ โดยการย้ายเซลล์รากผมจากบริเวณด้านหลังศีรษะที่เรียกว่า Donor Area ซึ่งเป็นเส้นผมที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อการหลุดร่วง และไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) สาเหตุของปัญหาผมบาง ศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์

กราฟต์ผมคืออะไร สำคัญอย่างไร?

กราฟต์ผม (Hair Graft) คือ กอรากผมที่แพทย์เจาะออกมา เพื่อรอปลูกไปบนหนังศีรษะในตำแหน่งใหม่ ใน 1 กราฟต์ประกอบด้วยเส้นผม 1 – 4 เส้น ก่อนเริ่มการปลูกผมจะต้องมีการ “คำนวณปริมาณกราฟต์” ที่ใช้ในการปลูก การประเมินจำนวนกราฟต์ผมที่เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด

ปลูกผม เหมาะกับปัญหาแบบไหน?

  • ผมบาง ศีรษะล้านจากฮอร์โมน กรรมพันธุ์ และอายุ
  • ผมบางตรงกลางศีรษะ หรือไม่มีเส้นผมเหลืออยู่เลย เนื่องจากรากผมฝ่อไปทั้งหมด
  • ผมบางบริเวณแสกกลาง รูปแบบผมบางทางกรรมพันธุ์ที่เกิดเฉพาะในผู้หญิง
  • หน้าผากเว้าลึกเป็นรูปตัว M รูปแบบศีรษะล้านที่พบบ่อยในผู้ชาย
  • หน้าผากสูง หรือหน้าผากกว้าง สามารถทำศัลยกรรมปลูกผม เพื่อเพิ่มแนวไรผม ทำให้ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น
  • มีแผลเป็นบนหนังศีรษะที่เกิดจากอุบัติเหตุไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ทำให้เส้นผมไม่สามารถงอกได้

ผมร่วง ผมบางแบบไหนที่ไม่ควรปลูกผม?

  • ผมบางทั่วทั้งศีรษะ อาจมีปริมาณเส้นผมด้านหลังที่แข็งแรงไม่เพียงพอต่อการปลูก ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดี
  • ผมร่วงจากการอักเสบของหนังศีรษะ หากปลูกผมจะทำให้อาการรุนแรงขึ้นและผมร่วงซ้ำได้
  • ป่วยเป็นโรคที่ปลูกผมไม่ได้ เช่น โรคผมร่วงเป็นหย่อม DUPA นอกจากรากผมไม่ติดแล้ว ยังทำให้อาการผมร่วงรุนแรงยิ่งขึ้น

ข้อดีของการปลูกผม?

  • แก้ปัญหาผมบาง ศีรษะล้านได้อย่างตรงจุด ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน ไม่หลุดร่วงง่ายจนทำให้ผมบางอีก
  • สร้างความมั่นใจกลับคืนมา มีทางเลือกมากขึ้นในการจัดแต่งทรงผมตามต้องการ
  • เป็นการลงทุนกับตัวเองที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้

ข้อจำกัดในการปลูกผม?

  • ไม่ใช่ทุกคนจะปลูกผมได้ และการปลูกผมไม่สามารถแก้ปัญหาศีรษะล้านได้ทุกเคส
  • บริเวณด้านหลังศีรษะต้องมีรากผมที่แข็งแรงและมีมากพอสำหรับปลูกผม
  • การปลูกผมเป็นการใช้ “ต้นทุนผมที่มีอยู่อย่างจำกัด” เมื่อนำกราฟต์ผมออกไป จะไม่มีผมใหม่งอกขึ้นมาแทนที่

เทคนิคการปลูกผม

การปลูกผมมีหลายเทคนิค แต่ละเทคนิคมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ดังนี้

เทคนิค FUT (Follicular Unit Transplantation) 

ใช้วิธีการตัดหนังศีรษะบริเวณด้านหลังบางส่วนออกมาพร้อมกับรากผม จากนั้นแยกออกเป็นกราฟต์แล้วนำไปปลูกบริเวณที่ต้องการ

  • ข้อดี: ได้กราฟต์ผมจำนวนมากในครั้งเดียว
  • ข้อเสีย: มีรอยแผลที่เห็นชัด ฟื้นตัวช้า

เทคนิค FUE (Follicular Unit Extraction)

เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและไม่ก่อให้เกิดรอยแผลที่เห็นชัด โดยใช้เครื่องมือในการเจาะกราฟต์ผมออกมา แล้วนำไปปลูกลงบริเวณหนังศีรษะที่ต้องการ

  • ข้อดี: แผลมีขนาดเล็กมากและฟื้นตัวได้เร็ว
  • ข้อเสีย: ต้องโกนผมด้านหลัง ใช้เวลานานกว่าเทคนิค FUT

เทคนิค DHI (Direct Hair Implanter)

เป็นการปลูกผมที่เหมือนกับเทคนิค FUE แต่ต่างกันตรงที่ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Implanter Pen ทำให้กราฟต์ผมไม่ช้ำ เพิ่มโอกาสให้ผมปลูกติดมากขึ้น ช่วยควบคุมความลึกและทิศทางการปลูกได้อย่างแม่นยำ 

  • ข้อดี: อัตราการรอดของกราฟต์สูง ใช้เวลาน้อยกว่าเทคนิค FUE
  • ข้อเสีย: ต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำนาญและประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือ

เทคนิค Long Hair FUE

วิธีนี้เหมือนกับการปลูกผมแบบ FUE ต่างกันที่ไม่ต้องโกนผมบริเวณด้านหลังศีรษะ

  • ข้อดี: ไม่ต้องตัดหรือโกนผมด้านหลัง เห็นแนวผมทันทีหลังปลูก
  • ข้อเสีย: เป็นการปลูกผมที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูง เนื่องจากเส้นผมที่ปลูกนั้นยาวต้องดูแลอย่างดี เพราะอาจทำให้กราฟต์ผมหลุดได้

ปลูกผมใช้เวลานานไหม

ระยะเวลาที่ใช้ในการปลูกผมโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 6 – 8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเทคนิคการปลูก แต่ไม่ควรเกิน 8 ชั่วโมง เนื่องจากอัตราการอยู่รอดของกราฟต์จะลดลง อาจทำให้กราฟต์ผมตายและปลูกไม่ขึ้นได้

ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนการปลูกผม?

  • หากมีโรคประจำตัว ยาที่ต้องทานเป็นประจำ และการแพ้ยา ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด เพื่อป้องกันความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้
  • งดยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา Minoxidil เป็นต้น ก่อนเข้ารับการผ่าตัดปลูกผม
  • งดการใช้ยาปลูกผมที่มีตัวยา Minoxidil และ Rogaine ก่อนปลูกผม 1 สัปดาห์
  • งดดื่มชาและกาแฟในวันผ่าตัด
  • งดสูบบุหรี่ งดดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนและหลังผ่าตัด 48 ชั่วโมง
  • ไม่จำเป็นต้องงดอาหาร และควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง

ขั้นตอนการปลูกผม

การปลูกผมมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การปรึกษาแพทย์ไปจนถึงการดูแลหลังปลูกผม หลังจากที่แพทย์ประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ วางแผนการรักษา ออกแบบแนวผมที่ต้องการและคำนวณจำนวนกราฟต์ที่ใช้ปลูกแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการปลูกผม ขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

1. วาดแนวผม: แพทย์จะกำหนดตำแหน่งที่ปลูกตามที่ได้ออกแบบร่วมกับคนไข้

2. เตรียมบริเวณปลูก: เตรียมศีรษะให้พร้อมเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการปลูก ทำการโกนผมหรือไม่ต้องโกน ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้

3. เก็บกราฟต์: ทำการเก็บเซลล์รากผมจากบริเวณด้านหลังศีรษะ (Donor Area) ตามเทคนิคที่เลือกใช้ 

4. คัดเลือกกราฟต์: ทำการคัดเลือกกราฟต์ผมที่แข็งแรงสมบูรณ์ โดยแช่ไว้ในน้ำยาแช่กราฟต์เพื่อรอสำหรับปลูกถ่าย

5. ปลูกกราฟต์: ปลูกผมทีละกราฟต์ในบริเวณที่ต้องการตามทิศทางที่ออกแบบไว้

ควรดูแลหลังการปลูกผมอย่างไร?

  • งดสระผม 24 ชั่วโมงแรกหลังปลูก ในช่วงแรกทางคลินิกจะนัดมาสระผมและทำแผล เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของแผลและสอนการสระผมให้ถูกวิธี
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส แกะ หรือเกาบริเวณที่ปลูก เพราะอาจทำให้กราฟต์ผมหลุดได้
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือการออกกำลังกายใดๆ จนเหงื่อออกมาก
  • ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และพบแพทย์ตามนัด เพื่อผลลัพธ์การปลูกผมที่ดี

ระยะเวลาพักฟื้นหลังปลูกผม?

ปลูกผมไม่ต้องพักฟื้นนานอย่างที่คิด สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ สำหรับเทคนิค FUE มีแผลเล็กมาใช้เวลา 1 – 2 วันแผลด้านหลังก็เริ่มแห้งแล้ว

ผลลัพธ์หลังการปลูกผมจะเห็นได้ชัดเจนเมื่อไหร่

หลังจากปลูกผมประมาณ 6 – 12 เดือน เส้นผมที่ปลูกจะเริ่มงอกขึ้นมาอย่างช้าๆ และหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ เห็นผลลัพธ์เต็มที่ช่วง 12 – 18 เดือน

ปลูกผมผู้หญิง VS ปลูกผมผู้ชาย ต่างกันอย่างไร?

การปลูกผมในผู้หญิงมีเทคนิคการปลูกที่ไม่ต่างจากผู้ชาย แต่ต่างกันในเรื่องของปัญหาและวิธีแก้ไข ดังนี้

  • ปลูกผมเพื่อความสวยงาม: การออกแบบแนวผม และการวางกราฟต์ต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพื่อให้ทิศทางผมดูเป็นธรรมชาติ กลมกลืนกับแนวเส้นผมด้านหน้า
  • ปลูกผมเพื่อแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง: ต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อน เพราะบางเคสไม่เหมาะกับการปลูกผม เช่น ผมบางทั่วศีรษะจะไม่สามารถปลูกผมได้ หากนำผมจากบริเวณด้านหลังที่มีเส้นเล็กและไม่แข็งแรงไปปลูก ในระยะยาวผมที่ปลูกก็อาจจะร่วงได้

ความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังปลูกผม?

การปลูกผมมีผลข้างเคียงน้อยมาก ไม่เป็นที่น่ากังวลและไม่ค่อยรุนแรง สามารถหายได้เอง ที่พบได้ทั่วไปมักเป็นอาการบวม อาการปวด อาการชา มีเลือดซึมเล็กน้อย ภาวะผมร่วงชั่วคราว

Shock Loss หลังปลูกผมคืออะไร?

Shock Loss หรือ ภาวะผมร่วงชั่วคราว เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้หลังการปลูกผมและมีโอกาสเกิดน้อยมาก โดยจะเกิดกับเส้นผมที่ย้ายมาปลูกใหม่และบริเวณใกล้เคียง จากนั้นผมจะเข้าสู่ระยะพัก ก่อนที่จะเข้าสู่วงจรการเกิดใหม่ของเส้นผม

ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้หลังปลูกผม?

ปลูกผมแล้วผมไม่ขึ้น หรือขึ้นน้อย แนวผมไม่เป็นธรรมชาติ เส้นผมไม่ขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน และแผลเป็นที่เห็นชัดเจน เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น แพทย์ไม่มีประสบการณ์ความชำนาญมากพอ ทำให้กราฟต์ผมเกิดความเสียหายระหว่างทำการปลูกย้าย ขาดความเชี่ยวชาญในการวางแนวผม การเจาะกราฟต์เป็นกระจุกจนทำให้เห็นแผลค่อนข้างใหญ่ รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

ปลูกผมกับแพทย์อเมริกันบอร์ดด้านศัลยกรรมย้ายเซลล์รากผม ดีอย่างไร?

แพทย์อเมริกันบอร์ด หรือ American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) สถาบันที่ให้การรับรองแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกย้ายเซลล์รากผม เป็นทางเลือกที่ดีในการเลือกแพทย์ปลูกผมที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีความปลอดภัยและมั่นใจในผลการรักษา

เลือกคลินิกปลูกผม ที่ไหนดี

เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ควรเลือกคลินิกปลูกผมที่ได้มาตรฐาน ทำการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการปลูกผม ที่ The Skin Clinic บริการของเรา ครอบคลุมทุกการรักษาเรื่องเส้นผมแบบครบวงจร

  • ทีมแพทย์เฉพาะทางที่มากประสบการณ์ด้านการปลูกผมมากกว่า 10,000 เคส
  • มีเทคนิคปลูกผมที่หลากหลาย รวมถึงการรักษาผมบางโดยไม่ต้องปลูก
  • ออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับปัญหาของคนไข้แต่ละบุคคลทั้งในระยะสั้น และระยะยาว

ค่าใช้จ่ายในการปลูกผม

ค่าใช้จ่ายในการปลูกผมขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ จำนวนกราฟต์ที่ปลูก เครื่องมือและอุปกรณ์ รวมถึงฝีมือความเชี่ยวชาญของแพทย์ ราคาปลูกผมแต่ละคลินิกปลูกผมนั้นไม่เท่ากัน เริ่มต้นที่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน ซึ่งราคาไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ควรพิจารณา ต้องดูในเรื่องของความคุ้มค่าว่าเหมาะสมกับราคาที่จ่ายไปหรือไม่

ถ้าไม่ปลูกผม มีวิธีรักษาผมร่วง ผมบางอย่างไรบ้าง?

ปัญหาผมร่วง ผมบางที่แพทย์ไม่แนะนำให้ปลูกผม หรืออาจยังไม่ถึงขั้นต้องปลูกผม มีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง

  • การใช้ยารักษาผมร่วง ผมบาง 

    จ่ายยาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเส้นผมเท่านั้น ยาที่ใช้มี 2 ชนิด คือ Finasteride และ Minoxidil
  • การฉีด PRP (Platelet Rich Plasma)

    Growth Factor เป็นการฉีดเกล็ดเลือดของคนไข้ เข้าไปกระตุ้นการทำงานของรากผม

  • FRM (Fractional RF Microneedle) 

    กระตุ้นรากผมด้วยคลื่นวิทยุ โดยทำการรักษาร่วมกับการใช้เกล็ดเลือดเข้มข้น PRP

  • ALMI Nano Fat

    กระตุ้นการสร้างรากผมด้วยการฉีดไขมันตัวเอง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผม

  • อายุเท่าไหร่ปลูกผมได้

    อายุที่เหมาะสมสำหรับปลูกผมอยู่ที่ 25 – 60 ปี หากอายุน้อยหรือมากกว่านี้ต้องพิจารณาเป็นเคสไป
  • ปลูกผมใช้กี่กราฟต์

    จำนวนกราฟต์ที่ปลูก ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ต้องการปลูก และความหนาแน่นของเส้นผมที่ต้องการ ทั้งนี้ต้องดูสภาพความสมบูรณ์ของเส้นผมเช่นกัน
  • ปลูกผมแล้วต้องกินยาไปตลอดไหม

    มีทั้งเคสที่จำเป็นต้องกินยาและไม่ต้องกิน เช่น คนไข้ผมบางจากกรรมพันธุ์ เมื่อปลูกผมแล้ว หากไม่กินยา ผมบริเวณที่ไม่ได้ปลูกอาจหลุดร่วงได้ในอนาคต
  • ปลูกผมแล้วจะมีแผลเป็นไหม 

    เทคนิค FUT จะมีแผลเป็นที่ท้ายทอย เป็นเส้นเล็กแนวขวาง ส่วนเทคนิค FUE แผลจะมีขนาดเล็กมาก ไม่มีรอยแผลเป็น
  • ปลูกผมอยู่ได้นานแค่ไหน

    โดยทั่วไปแล้วผมที่ปลูกสามารถอยู่ได้ถาวร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการดูแลรักษาด้วย สำหรับปัญหาผมบางจากกรรมพันธุ์ เส้นผมเดิมยังคงร่วงได้ หลังปลูกผมต้องพึ่งการรักษาแบบอื่นร่วมด้วย เพื่อชะลอไม่ให้ผมส่วนอื่นๆ ร่วงจนบาง
  • ปลูกผมได้กี่ครั้ง

    ต้องบอกก่อนว่าการปลูกผมไม่จำกัดจำนวนครั้งเป็นการเข้าใจที่ผิด ด้วยข้อจำกัดเรื่องต้นทุนกราฟต์ผม ทำให้ปลูกผมแค่ 2 – 3 ครั้ง ก็แทบไม่เหลือผมให้ปลูกแล้ว จึงต้องวางแผนอย่างดีในการปลูกแต่ละครั้ง

การปลูกผมไม่เพียงช่วยฟื้นฟูหนังศีรษะให้กลับมาดูดีได้อีกครั้ง แต่ยังช่วยฟื้นฟูความมั่นใจที่สูญเสียไปให้กลับคืนมา เป็นการทำศัลยกรรมที่เปลี่ยนชีวิตเลยก็ว่าได้ สำหรับใครที่อยากปลูกผม สามารถเข้าไปปรึกษาฟรีได้ที่คลินิกปลูกผม The Skin Clinic เพื่อรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ

ปรึกษาฟรีได้แล้ววันนี้! สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
The Skin Clinic ทุกสาขา



« Back to Blog