สาระสำคัญในบทความ
- ปลูกผมคืออะไร? ทำไมถึงเป็นทางเลือกยอดนิยม
- กราฟต์ผมคืออะไร สำคัญอย่างไร?
- ปลูกผม เหมาะกับปัญหาแบบไหน?
- ผมร่วง ผมบางแบบไหนที่ไม่ควรปลูกผม?
- ข้อดีของการปลูกผม?
- ข้อจำกัดในการปลูกผม?
- เทคนิคการปลูกผม
- ปลูกผมใช้เวลานานไหม
- ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนการปลูกผม?
- ขั้นตอนการปลูกผม
- ควรดูแลหลังการปลูกผมอย่างไร?
- ระยะเวลาพักฟื้นหลังปลูกผม?
- ผลลัพธ์หลังการปลูกผมจะเห็นได้ชัดเจนเมื่อไหร่
- ปลูกผมผู้หญิง VS ปลูกผมผู้ชาย ต่างกันอย่างไร?
- ความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังปลูกผม?
- Shock Loss หลังปลูกผมคืออะไร?
- ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้หลังปลูกผม?
- ปลูกผมกับแพทย์อเมริกันบอร์ดด้านศัลยกรรมย้ายเซลล์รากผม ดีอย่างไร?
- เลือกคลินิกปลูกผม ที่ไหนดี
- ค่าใช้จ่ายในการปลูกผม
- ถ้าไม่ปลูกผม มีวิธีรักษาผมร่วง ผมบางอย่างไรบ้าง?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผม
- ปรึกษาฟรีได้แล้ววันนี้! สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ The Skin Clinic ทุกสาขา
ปลูกผมถาวร ทางออกในการแก้ปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน ให้กลับมามีเส้นผมที่ดูเป็นธรรมชาติได้อีกครั้ง สำหรับใครที่กังวลเรื่องปัญหาผมบาง และมีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการปลูกผม บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลที่คนอยากปลูกผมต้องรู้ เริ่มจากทำความเข้าใจว่า การปลูกผมคืออะไร มีขั้นตอนยังไง ต้องเตรียมตัวอย่างไร พร้อมทั้งเปรียบเทียบเทคนิคต่างๆ และคำถามที่พบบ่อย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
ปลูกผมคืออะไร? ทำไมถึงเป็นทางเลือกยอดนิยม
การปลูกผม (Hair Transplantation) เป็นการสร้างเส้นผมใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน เช่น แนวไรผมด้านหน้า ตรงกลางศีรษะ โดยการย้ายเซลล์รากผมจากบริเวณด้านหลังศีรษะที่เรียกว่า Donor Area ซึ่งเป็นเส้นผมที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อการหลุดร่วง และไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) สาเหตุของปัญหาผมบาง ศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์
กราฟต์ผมคืออะไร สำคัญอย่างไร?

กราฟต์ผม (Hair Graft) คือ กอรากผมที่แพทย์เจาะออกมา เพื่อรอปลูกไปบนหนังศีรษะในตำแหน่งใหม่ ใน 1 กราฟต์ประกอบด้วยเส้นผม 1 – 4 เส้น ก่อนเริ่มการปลูกผมจะต้องมีการ “คำนวณปริมาณกราฟต์” ที่ใช้ในการปลูก การประเมินจำนวนกราฟต์ผมที่เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด
ปลูกผม เหมาะกับปัญหาแบบไหน?
- ผมบาง ศีรษะล้านจากฮอร์โมน กรรมพันธุ์ และอายุ
- ผมบางตรงกลางศีรษะ หรือไม่มีเส้นผมเหลืออยู่เลย เนื่องจากรากผมฝ่อไปทั้งหมด
- ผมบางบริเวณแสกกลาง รูปแบบผมบางทางกรรมพันธุ์ที่เกิดเฉพาะในผู้หญิง
- หน้าผากเว้าลึกเป็นรูปตัว M รูปแบบศีรษะล้านที่พบบ่อยในผู้ชาย
- หน้าผากสูง หรือหน้าผากกว้าง สามารถทำศัลยกรรมปลูกผม เพื่อเพิ่มแนวไรผม ทำให้ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น
- มีแผลเป็นบนหนังศีรษะที่เกิดจากอุบัติเหตุไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ทำให้เส้นผมไม่สามารถงอกได้
ผมร่วง ผมบางแบบไหนที่ไม่ควรปลูกผม?
- ผมบางทั่วทั้งศีรษะ อาจมีปริมาณเส้นผมด้านหลังที่แข็งแรงไม่เพียงพอต่อการปลูก ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดี
- ผมร่วงจากการอักเสบของหนังศีรษะ หากปลูกผมจะทำให้อาการรุนแรงขึ้นและผมร่วงซ้ำได้
- ป่วยเป็นโรคที่ปลูกผมไม่ได้ เช่น โรคผมร่วงเป็นหย่อม DUPA นอกจากรากผมไม่ติดแล้ว ยังทำให้อาการผมร่วงรุนแรงยิ่งขึ้น
ข้อดีของการปลูกผม?
- แก้ปัญหาผมบาง ศีรษะล้านได้อย่างตรงจุด ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
- ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน ไม่หลุดร่วงง่ายจนทำให้ผมบางอีก
- สร้างความมั่นใจกลับคืนมา มีทางเลือกมากขึ้นในการจัดแต่งทรงผมตามต้องการ
- เป็นการลงทุนกับตัวเองที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้
ข้อจำกัดในการปลูกผม?
- ไม่ใช่ทุกคนจะปลูกผมได้ และการปลูกผมไม่สามารถแก้ปัญหาศีรษะล้านได้ทุกเคส
- บริเวณด้านหลังศีรษะต้องมีรากผมที่แข็งแรงและมีมากพอสำหรับปลูกผม
- การปลูกผมเป็นการใช้ “ต้นทุนผมที่มีอยู่อย่างจำกัด” เมื่อนำกราฟต์ผมออกไป จะไม่มีผมใหม่งอกขึ้นมาแทนที่
เทคนิคการปลูกผม
การปลูกผมมีหลายเทคนิค แต่ละเทคนิคมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ดังนี้
เทคนิค FUT (Follicular Unit Transplantation)
ใช้วิธีการตัดหนังศีรษะบริเวณด้านหลังบางส่วนออกมาพร้อมกับรากผม จากนั้นแยกออกเป็นกราฟต์แล้วนำไปปลูกบริเวณที่ต้องการ
- ข้อดี: ได้กราฟต์ผมจำนวนมากในครั้งเดียว
- ข้อเสีย: มีรอยแผลที่เห็นชัด ฟื้นตัวช้า
เทคนิค FUE (Follicular Unit Extraction)
เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและไม่ก่อให้เกิดรอยแผลที่เห็นชัด โดยใช้เครื่องมือในการเจาะกราฟต์ผมออกมา แล้วนำไปปลูกลงบริเวณหนังศีรษะที่ต้องการ
- ข้อดี: แผลมีขนาดเล็กมากและฟื้นตัวได้เร็ว
- ข้อเสีย: ต้องโกนผมด้านหลัง ใช้เวลานานกว่าเทคนิค FUT
เทคนิค DHI (Direct Hair Implanter)
เป็นการปลูกผมที่เหมือนกับเทคนิค FUE แต่ต่างกันตรงที่ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Implanter Pen ทำให้กราฟต์ผมไม่ช้ำ เพิ่มโอกาสให้ผมปลูกติดมากขึ้น ช่วยควบคุมความลึกและทิศทางการปลูกได้อย่างแม่นยำ
- ข้อดี: อัตราการรอดของกราฟต์สูง ใช้เวลาน้อยกว่าเทคนิค FUE
- ข้อเสีย: ต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำนาญและประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือ
เทคนิค Long Hair FUE
วิธีนี้เหมือนกับการปลูกผมแบบ FUE ต่างกันที่ไม่ต้องโกนผมบริเวณด้านหลังศีรษะ
- ข้อดี: ไม่ต้องตัดหรือโกนผมด้านหลัง เห็นแนวผมทันทีหลังปลูก
- ข้อเสีย: เป็นการปลูกผมที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูง เนื่องจากเส้นผมที่ปลูกนั้นยาวต้องดูแลอย่างดี เพราะอาจทำให้กราฟต์ผมหลุดได้
ปลูกผมใช้เวลานานไหม
ระยะเวลาที่ใช้ในการปลูกผมโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 6 – 8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเทคนิคการปลูก แต่ไม่ควรเกิน 8 ชั่วโมง เนื่องจากอัตราการอยู่รอดของกราฟต์จะลดลง อาจทำให้กราฟต์ผมตายและปลูกไม่ขึ้นได้
ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนการปลูกผม?
- หากมีโรคประจำตัว ยาที่ต้องทานเป็นประจำ และการแพ้ยา ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด เพื่อป้องกันความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้
- งดยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา Minoxidil เป็นต้น ก่อนเข้ารับการผ่าตัดปลูกผม
- งดการใช้ยาปลูกผมที่มีตัวยา Minoxidil และ Rogaine ก่อนปลูกผม 1 สัปดาห์
- งดดื่มชาและกาแฟในวันผ่าตัด
- งดสูบบุหรี่ งดดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนและหลังผ่าตัด 48 ชั่วโมง
- ไม่จำเป็นต้องงดอาหาร และควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง
ขั้นตอนการปลูกผม
การปลูกผมมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การปรึกษาแพทย์ไปจนถึงการดูแลหลังปลูกผม หลังจากที่แพทย์ประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ วางแผนการรักษา ออกแบบแนวผมที่ต้องการและคำนวณจำนวนกราฟต์ที่ใช้ปลูกแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการปลูกผม ขั้นตอนหลักๆ ดังนี้
1. วาดแนวผม: แพทย์จะกำหนดตำแหน่งที่ปลูกตามที่ได้ออกแบบร่วมกับคนไข้
2. เตรียมบริเวณปลูก: เตรียมศีรษะให้พร้อมเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการปลูก ทำการโกนผมหรือไม่ต้องโกน ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้
3. เก็บกราฟต์: ทำการเก็บเซลล์รากผมจากบริเวณด้านหลังศีรษะ (Donor Area) ตามเทคนิคที่เลือกใช้
4. คัดเลือกกราฟต์: ทำการคัดเลือกกราฟต์ผมที่แข็งแรงสมบูรณ์ โดยแช่ไว้ในน้ำยาแช่กราฟต์เพื่อรอสำหรับปลูกถ่าย
5. ปลูกกราฟต์: ปลูกผมทีละกราฟต์ในบริเวณที่ต้องการตามทิศทางที่ออกแบบไว้
ควรดูแลหลังการปลูกผมอย่างไร?
- งดสระผม 24 ชั่วโมงแรกหลังปลูก ในช่วงแรกทางคลินิกจะนัดมาสระผมและทำแผล เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของแผลและสอนการสระผมให้ถูกวิธี
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส แกะ หรือเกาบริเวณที่ปลูก เพราะอาจทำให้กราฟต์ผมหลุดได้
- หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือการออกกำลังกายใดๆ จนเหงื่อออกมาก
- ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และพบแพทย์ตามนัด เพื่อผลลัพธ์การปลูกผมที่ดี
ระยะเวลาพักฟื้นหลังปลูกผม?
ปลูกผมไม่ต้องพักฟื้นนานอย่างที่คิด สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ สำหรับเทคนิค FUE มีแผลเล็กมาใช้เวลา 1 – 2 วันแผลด้านหลังก็เริ่มแห้งแล้ว
ผลลัพธ์หลังการปลูกผมจะเห็นได้ชัดเจนเมื่อไหร่
หลังจากปลูกผมประมาณ 6 – 12 เดือน เส้นผมที่ปลูกจะเริ่มงอกขึ้นมาอย่างช้าๆ และหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ เห็นผลลัพธ์เต็มที่ช่วง 12 – 18 เดือน
ปลูกผมผู้หญิง VS ปลูกผมผู้ชาย ต่างกันอย่างไร?
การปลูกผมในผู้หญิงมีเทคนิคการปลูกที่ไม่ต่างจากผู้ชาย แต่ต่างกันในเรื่องของปัญหาและวิธีแก้ไข ดังนี้
- ปลูกผมเพื่อความสวยงาม: การออกแบบแนวผม และการวางกราฟต์ต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพื่อให้ทิศทางผมดูเป็นธรรมชาติ กลมกลืนกับแนวเส้นผมด้านหน้า
- ปลูกผมเพื่อแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง: ต้องหาสาเหตุที่แท้จริงก่อน เพราะบางเคสไม่เหมาะกับการปลูกผม เช่น ผมบางทั่วศีรษะจะไม่สามารถปลูกผมได้ หากนำผมจากบริเวณด้านหลังที่มีเส้นเล็กและไม่แข็งแรงไปปลูก ในระยะยาวผมที่ปลูกก็อาจจะร่วงได้
ความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังปลูกผม?
การปลูกผมมีผลข้างเคียงน้อยมาก ไม่เป็นที่น่ากังวลและไม่ค่อยรุนแรง สามารถหายได้เอง ที่พบได้ทั่วไปมักเป็นอาการบวม อาการปวด อาการชา มีเลือดซึมเล็กน้อย ภาวะผมร่วงชั่วคราว
Shock Loss หลังปลูกผมคืออะไร?
Shock Loss หรือ ภาวะผมร่วงชั่วคราว เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้หลังการปลูกผมและมีโอกาสเกิดน้อยมาก โดยจะเกิดกับเส้นผมที่ย้ายมาปลูกใหม่และบริเวณใกล้เคียง จากนั้นผมจะเข้าสู่ระยะพัก ก่อนที่จะเข้าสู่วงจรการเกิดใหม่ของเส้นผม
ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้หลังปลูกผม?
ปลูกผมกับแพทย์อเมริกันบอร์ดด้านศัลยกรรมย้ายเซลล์รากผม ดีอย่างไร?
เลือกคลินิกปลูกผม ที่ไหนดี
เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ควรเลือกคลินิกปลูกผมที่ได้มาตรฐาน ทำการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการปลูกผม ที่ The Skin Clinic บริการของเรา ครอบคลุมทุกการรักษาเรื่องเส้นผมแบบครบวงจร
- ทีมแพทย์เฉพาะทางที่มากประสบการณ์ด้านการปลูกผมมากกว่า 10,000 เคส
- มีเทคนิคปลูกผมที่หลากหลาย รวมถึงการรักษาผมบางโดยไม่ต้องปลูก
- ออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับปัญหาของคนไข้แต่ละบุคคลทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
ค่าใช้จ่ายในการปลูกผม
ค่าใช้จ่ายในการปลูกผมขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้ จำนวนกราฟต์ที่ปลูก เครื่องมือและอุปกรณ์ รวมถึงฝีมือความเชี่ยวชาญของแพทย์ ราคาปลูกผมแต่ละคลินิกปลูกผมนั้นไม่เท่ากัน เริ่มต้นที่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน ซึ่งราคาไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ควรพิจารณา ต้องดูในเรื่องของความคุ้มค่าว่าเหมาะสมกับราคาที่จ่ายไปหรือไม่
ถ้าไม่ปลูกผม มีวิธีรักษาผมร่วง ผมบางอย่างไรบ้าง?
ปัญหาผมร่วง ผมบางที่แพทย์ไม่แนะนำให้ปลูกผม หรืออาจยังไม่ถึงขั้นต้องปลูกผม มีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง
การใช้ยารักษาผมร่วง ผมบาง
จ่ายยาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเส้นผมเท่านั้น ยาที่ใช้มี 2 ชนิด คือ Finasteride และ Minoxidilการฉีด PRP (Platelet Rich Plasma)
Growth Factor เป็นการฉีดเกล็ดเลือดของคนไข้ เข้าไปกระตุ้นการทำงานของรากผมFRM (Fractional RF Microneedle)
กระตุ้นรากผมด้วยคลื่นวิทยุ โดยทำการรักษาร่วมกับการใช้เกล็ดเลือดเข้มข้น PRPALMI Nano Fat
กระตุ้นการสร้างรากผมด้วยการฉีดไขมันตัวเอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการปลูกผม
อายุเท่าไหร่ปลูกผมได้
อายุที่เหมาะสมสำหรับปลูกผมอยู่ที่ 25 – 60 ปี หากอายุน้อยหรือมากกว่านี้ต้องพิจารณาเป็นเคสไปปลูกผมใช้กี่กราฟต์
จำนวนกราฟต์ที่ปลูก ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ต้องการปลูก และความหนาแน่นของเส้นผมที่ต้องการ ทั้งนี้ต้องดูสภาพความสมบูรณ์ของเส้นผมเช่นกันปลูกผมแล้วต้องกินยาไปตลอดไหม
มีทั้งเคสที่จำเป็นต้องกินยาและไม่ต้องกิน เช่น คนไข้ผมบางจากกรรมพันธุ์ เมื่อปลูกผมแล้ว หากไม่กินยา ผมบริเวณที่ไม่ได้ปลูกอาจหลุดร่วงได้ในอนาคตปลูกผมแล้วจะมีแผลเป็นไหม
เทคนิค FUT จะมีแผลเป็นที่ท้ายทอย เป็นเส้นเล็กแนวขวาง ส่วนเทคนิค FUE แผลจะมีขนาดเล็กมาก ไม่มีรอยแผลเป็นปลูกผมอยู่ได้นานแค่ไหน
โดยทั่วไปแล้วผมที่ปลูกสามารถอยู่ได้ถาวร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการดูแลรักษาด้วย สำหรับปัญหาผมบางจากกรรมพันธุ์ เส้นผมเดิมยังคงร่วงได้ หลังปลูกผมต้องพึ่งการรักษาแบบอื่นร่วมด้วย เพื่อชะลอไม่ให้ผมส่วนอื่นๆ ร่วงจนบางปลูกผมได้กี่ครั้ง
ต้องบอกก่อนว่าการปลูกผมไม่จำกัดจำนวนครั้งเป็นการเข้าใจที่ผิด ด้วยข้อจำกัดเรื่องต้นทุนกราฟต์ผม ทำให้ปลูกผมแค่ 2 – 3 ครั้ง ก็แทบไม่เหลือผมให้ปลูกแล้ว จึงต้องวางแผนอย่างดีในการปลูกแต่ละครั้ง
การปลูกผมไม่เพียงช่วยฟื้นฟูหนังศีรษะให้กลับมาดูดีได้อีกครั้ง แต่ยังช่วยฟื้นฟูความมั่นใจที่สูญเสียไปให้กลับคืนมา เป็นการทำศัลยกรรมที่เปลี่ยนชีวิตเลยก็ว่าได้ สำหรับใครที่อยากปลูกผม สามารถเข้าไปปรึกษาฟรีได้ที่คลินิกปลูกผม The Skin Clinic เพื่อรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ



